BMW Fascination - September 2020 | 2563.09.01

The BMW M8 Competition Coupé. การปรากฏตัวของไอคอนแห่งโลกยานยนต์ กับเครื่องยนต์อันทรงพลังที่สุดในรถถนนของ BMW

ในคลาสภาษาอังกฤษตอนประถม เราจะได้พบกับบทเรียนเรื่องคำคุณศัพท์ที่ใช้ในการเปรียบเทียบขั้นกว่าและขั้นสุดอย่าง Good, Better และ Best มันเป็นการเปรียบเทียบที่มีสามลำดับขั้นและไม่มีขั้นที่สี่หรือสูงกว่านั้น เช่น Bester หรือ Better best หรืออะไรแบบนั้น แต่หลักไวยากรณ์ที่ว่าท่าทางจะเอามาใช้กับรถใน BMW Fascination ฉบับนี้ไม่ได้ เพราะถ้าจะเปรียบเทียบกับลำดับขั้นของไวยากรณ์ มันก็คงปาเข้าไปถึงขั้นที่ห้า เรากำลังพูดถึงเรือธงชั้นสูงสุดของค่าย แต่มันเป็นเวอร์ชันที่ดีกว่าของดีกว่าอีกทีนึง นี่คือ BMW 8 Series จาก BMW M GmbH ที่สำทับด้วยอุปกรณ์เพิ่มพลังและตกแต่งแบบพิเศษเข้าไปอีกขั้น Competition นี่คือ BMW M8 Competition

 

กฎเกณฑ์ในโลกของ BMW ก็คือ เมื่อไหร่ก็ตามที่ตัวอักษร M บนท้ายรถเขียนด้วยสีดำ M และปรากฏพร้อมคำว่า Competition ต่อท้าย หัวใจของรถคันนี้ก็คือขุมพลัง กับเทคโนโลยีด้านสมรรถนะที่ล้ำหน้าที่สุด ประหนึ่งว่ามันเป็นความลับสุดยอดที่เคยถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในมุมลึกที่สุดของแผนก M และกฎเกณ์นี้ยังคงใช้กับเรือธงขั้นที่ห้าคันนี้ได้ทุกประการ BMW M8 Competition Coupé ใช้เครื่องยนต์ High-Revving V8 ที่แรงที่สุดเท่าที่เคยผลิตมาสำหรับรถถนน มันประกอบไปด้วยลูกสูบแปดลูกที่วางเอียงเข้าหากันเป็นรูปตัว V ทั้งหมดสร้างปริมาตรความจุได้ 4.4 ลิตร จากนั้นก็เติมเทอร์โบ M TwinPower Turbo จำนวนสองตัวลงไปบนพื้นที่ว่างตรงกลาง V นั้น แล้วเชื่อมต่อมันเข้ากับชุดท่อร่วมไอเสียแบบ Cross-bank ที่สามารถสร้างแรงดันอากาศเพื่อผลักใบเทอร์โบให้หมุนได้อย่างรุนแรงและต่อเนื่องเพื่อการตอบสนองแบบทันที

 

มันมีพละกำลังสูงสุด 625 แรงม้า (สูงกว่า BMW M8 ที่มี 600 แรงม้า และ BMW M850i ที่ 530 แรงม้า) กับแรงบิดพรั่งพรูระดับ 750 นิวตันเมตร ตั้งแต่ 1,800 - 5,800 รอบ/นาที ทำให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.2 วินาที จนกระทั่งวิศวกรต้องออกแบบแท่นเครื่องและจุดยึดใหม่ให้แข็งแกร่งกว่าเดิม ทั้งหมดนี้จะทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ M Steptronic 8 จังหวะ พร้อมฟีเจอร์ Drivelogic ที่สามารถปรับตั้งการตอบสนองของเกียร์ได้สามโหมดจากปุ่มที่อยู่บนคันเกียร์ข้างตัว P ตามลักษณะการขับขี่ Efficient, Sporty หรือ Ultra dynamic และยังมี BMW M xDrive ให้เลือกได้ว่าจะถ่ายทอดกำลังลงสู่พื้นถนนแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) ตามปกติ หรือขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสปอร์ต (4WD Sport) หรือขับเคลื่อนล้อหลัง (2WD)

Read more

พละกำลังทั้งหมดจะไม่มีความหมายหากไม่สามารถควบคุมได้ BMW M8 Competition จึงใช้แชสซีส์ที่ออกแบบมาเป็นการเฉพาะเพื่อให้อาการของรถยังเป็นกลางและควบคุมง่ายแม้จะอยู่บนขีดจำกัด ชุดคานหลังและช่วงล่าง Forged links ที่สร้างขึ้นมาพิเศษสำหรับรถตระกูล M ทำให้ล้อถูกกดแนบสนิทอยู่กับพื้นตลอดเวลา ส่วนแฮนด์ลิงที่เฉียบคมนั้นเป็นผลมาจากการปรับจูนโช้คอัพและคอยสปริงในสนามแข่งระดับโลก กับเหล็กกันโคลงที่พัฒนาให้มีความแข็งแรงมากขึ้น รวมถึงสตรัทบาร์ที่ค้ำระหว่างเบ้าโช้คอัพกับผนังห้องเครื่อง แผ่นปิดใต้ท้องที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรง และคานเหล็กตัว X ที่ทำให้การยึดคานหลังเข้ากับตัวถังแน่นหนาขึ้นไปอีกขั้น ในขณะที่ระบบเบรก M สามารถตั้งค่าการตอบสนองของแป้นเบรกได้สองโหมด เพื่อให้การปราบความเร็วผ่านคาลิปเปอร์ M หกสูบและจานขนาด 395 มม. ในด้านหน้า กับคาลิปเปอร์ M และจานขนาด 380 มม. ในด้านหลังเป็นไปได้ตามใจสั่ง และถ้านั่นยังไม่พอ คุณสามารถเพิ่มออพชันเบรก M carbon-ceramic ที่ขยายจานด้านหน้าเป็น 400 มม. ได้อีกด้วย

 

กระจังหน้าแบบซี่คู่สีโครมดำ คือสิ่งที่จะทำให้คุณสามารถแยก BMW M8 Competition ออกจากรุ่นปกติได้ทันทีตั้งแต่จังหวะแรกที่เห็น ซึ่งนั่นก็รวมถึงกระจกมองข้างและสปอยเลอร์หลังที่พ่นสีดำ High-gloss black ด้วย ในขณะที่ล้ออัลลอย Bi-color ลายพิเศษขนาด 20 นิ้ว ยังคงเป็นเอกลักษณ์และจุดเด่นบนด้านข้างตามธรรมเนียมของรถรุ่น Competition ครีบระบายอากาศ Air Breather บนแก้มหน้าถูกตกแต่งด้วยสีโครมดำ พร้อมกับปรับปรุงรูปลักษณ์ให้มีขนาดใหญ่และดูพริ้วไหวราวกับสิ่งมีชีวิตมากขึ้น ด้านบนใช้หลังคาที่ทำจากวัสดุ CFRP ส่วนด้านท้ายมีท่อไอเสีย M Sport ปลายท่อพ่นสีดำเงาจำนวนสี่ท่อ และดิฟฟิวเซอร์หลังเฉพาะสำหรับ BMW M8 ที่เป็นสีดำเงาเช่นกัน

ภายในห้องโดยสารถูกยกระดับการตกแต่งให้สปอร์ตและหรูหราขึ้นไปอีกขั้น เบาะนั่ง M Sport เฉพาะรุ่นที่หุ้มด้วยหนัง Merino พร้อมโลโก้ M8 เรืองแสง และสายเข็มขัดนิรภัยพร้อมแถบ M สามสี ส่วนการตกแต่งด้วยสีแดงสดที่ปุ่ม M บนพวงมาลัย และปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์บนคอนโซลกลาง คือสัญลักษณ์ที่บอกว่านี่ไม่ใช่รถรุ่นธรรมดาทั่วไป คันเกียร์หุ้มหนังแท้ออกแบบใหม่โดยนำปุ่ม Drivelogic ไปวางอยู่ข้างปุ่ม P พร้อมประทับตรา M เดินด้ายสามสี M และตกแต่งด้วยไฟเรืองแสงในช่องว่างด้านล่างเพื่อให้ดูเด่นยิ่งขึ้น ถัดลงมาที่ฐานคันเกียร์จะมีการจัดเรียงปุ่มแบบใหม่ M Mode และ Setup เพื่อปรับโหมดการขับขี่ระหว่าง Road, Sport และ Track (อันหลังสุดมีเฉพาะในรุ่น Competition) ซึ่งก็จะปรับการทำงานของระบบช่วยเหลือต่างๆ รวมถึงการแสดงผลบนหน้าจอ BMW Live Cockpit Professional และ Head-up Display ด้วย

 

BMW M8 Competition เปิดตัวในไทยไปแล้วด้วยสนนราคาค่าตัว 17,999,000 บาท (รวม BSI Standard รับประกันตัวรถ 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และฟรีค่าบำรุงรักษา BSI นาน 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร) และจะมาปรากฏตัวให้ชาวบิมเมอร์ในไทยได้สัมผัสในงาน BMW Xpo ที่จะถึงนี้ คุณผู้อ่านสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของทั้งตัวรถและงานได้จากเวบไซต์ www.bmw.co.th

 

ขอให้มีความสุขกับ BMW ของคุณครับ