ข่าวประชาสัมพันธ์ | 2565.06.29

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มูลนิธิชัยพัฒนา ไมโครซอฟท์ เอสซีจี จับมือ เชิญชวนนิสิต นักศึกษาเสนอไอเดียสร้างสรรค์ร่วมสร้างสังคมยั่งยืน พร้อมโอกาสฝึกงานในองค์กรชั้นนำ ในโครงการ Choice is Yours

อ่านเพิ่มเติม

ข่าวประชาสัมพันธ์ | 2565.06.29

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มูลนิธิชัยพัฒนา ไมโครซอฟท์ เอสซีจี จับมือ เชิญชวนนิสิต นักศึกษาเสนอไอเดียสร้างสรรค์ร่วมสร้างสังคมยั่งยืน พร้อมโอกาสฝึกงานในองค์กรชั้นนำ ในโครงการ Choice is Yours

(ในภาพจากซ้าย)
1. คุณปรีชา นินาทเกียรติกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย
2. คุณกฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
3. คุณภากมล รัตตเสรี กรรมการและรองเหรัญญิก มูลนิธิชัยพัฒนา
4. คุณชนิกานต์ โปรณานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและปฏิบัติการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด
5. คุณยุทธนา เจียมตระการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-การบริหารกลาง เอสซีจี

กรุงเทพฯ.
ครั้งแรกของความร่วมมือกันระหว่างองค์กรชั้นนำระดับโลกและประเทศจากสี่องค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มูลนิธิชัยพัฒนา ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และเอสซีจี เพื่อส่งเสริมและผลักดันให้นิสิต นักศึกษาไทยได้แสดงศักยภาพการออกแบบแนวคิดด้านความยั่งยืนที่จะสร้างผลกระทบ เชิงบวกแก่สิ่งแวดล้อมและสังคม ในโครงการ Choice is Yours 

 

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสนับสนุนการต่อยอดแนวคิดของคนรุ่นใหม่ที่มีต่อการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ที่นำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน พร้อมเปิดรับทีมนิสิต นักศึกษา ไม่จำกัดคณะหรือชั้นปี ซึ่งสามารถเลือกแนวคิดในการนำเสนอผลงาน ได้แก่ REduce กับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย REuse กับมูลนิธิชัยพัฒนา REthink กับไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และ REcycle กับเอสซีจี โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากทั้ง 4 องค์กรร่วมเป็นผู้ให้คำปรึกษาและตัดสิน โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2565 ประกาศผลผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ 20 ทีมในวันที่ 5 สิงหาคม 2565 และประกาศรางวัลชนะเลิศในเดือนพฤศจิกายน 2565 ทั้งนี้ ทีมผู้ชนะจะได้รับโอกาสเข้าร่วมฝึกงานกับองค์กรผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน 

 

'โครงการ Choice is Yours ยังสอดคล้องกับเป้าหมายหลักในการพยายามรักษาการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียสตามความตกลงปารีส (Paris Agreement) และส่งเสริมแนวคิดด้านความยั่งยืนใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ 

 

  • REduce โดย บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
    แนวทางในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยมุ่งเน้นแนวคิด “ลดเพื่อเพิ่ม” ไม่ว่าจะเป็นการลดการใช้วัสดุหรือทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง หรือการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่จะสามารถลดการสร้างขยะ มลพิษ และของเสียต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น

 

  • REuse โดย มูลนิธิชัยพัฒนา

    การนำทรัพยากรที่มีอยู่กลับมาใช้ใหม่เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุด เพื่อรักษาทรัพยากรให้คงอยู่อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เช่น การยืดอายุวงจรผลิตภัณฑ์ สิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ผ่านการใช้ซ้ำ หรือการนำทรัพยากรท้องถิ่นมาออกแบบและใช้งานใหม่โดยที่ยังคงคุณค่าเดิมของทรัพยากรไว้เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด

 

  • REthink โดย ไมโครซอฟท์

    การนำเทคโนโลยีมาผสมผสาน ปรับเปลี่ยน หรือสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ ๆ ที่เสริมสร้างความยั่งยืน สร้างความรู้ความเข้าใจด้านผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าในระดับบุคคล องค์กร หรือสังคมในภาพรวม

 

  • REcycle โดย เอสซีจี 

    การนำทรัพยากรที่ใช้งานแล้วมาผ่านกระบวนการแปรรูปเพื่อนำกลับมาใช้งานใหม่ โดยหัวใจสำคัญของการ Recycle ที่แตกต่างจากการ Reuse คือ เป็นการจัดการของเสียหรือวัสดุเหลือใช้ที่กำลังจะเป็นขยะ โดยนำไปผ่านกระบวนการแปรสภาพ หรือปรับปรุงคุณภาพ ให้กลับมามีคุณภาพเทียบเท่าหรือใกล้เคียงของเดิม หรือให้ได้วัตถุดิบใหม่ หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่อาจเปลี่ยนจุดประสงค์ในการ ใช้งาน เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่ทรัพยากร และสร้างการหมุนเวียนทรัพยากรอย่างยั่งยืน

โครงการนี้ยังส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมและบุคคลทั่วไปตระหนักถึงระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่มุ่งเน้นการออกแบบสินค้าและบริการที่ให้ความสำคัญต่อการใช้คุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการหมุนเวียนวัตถุดิบและสินค้า พร้อมลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้มาก บวกที่ทุกคนสามารถ “เลือก” ที่จะลงมือทำเพื่อสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้น 


ระหว่างการเข้าร่วมโครงการ ทีมผู้เข้าแข่งขันจะได้เข้าร่วมเวิร์คช็อปพร้อมปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน และทัศนศึกษายังโรงงานและสถานที่ดำเนินกิจการของบีเอ็มดับเบิลยูและพาร์ทเนอร์ โดยทีมที่ชนะการแข่งขันจะได้รับโอกาสเข้าร่วมฝึกงานกับองค์กรผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ประกาศนียบัตรการเข้าร่วมโครงการ และการจัดแสดงผลงานการแข่งขันแก่สื่อมวลชนและผู้สนใจในกิจกรรมต่าง ๆ อีกด้วย มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Choice is Yours ซึ่งมีเป้าหมายส่งเสริม แนวคิดของคนรุ่นใหม่ด้านการพัฒนาโดยคำนึงถึงความยั่งยืน สอดคล้องกับพันธกิจของบีเอ็มดับเบิลยูที่มุ่งมั่นในด้านของความยั่งยืน ภายใต้แนวคิดการกำจัดขยะโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม (zero-waste-to-landfill) และความเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon-neutral) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน ‘REduce’ หรือ การลดปริมาณการใช้งานหรือการบริโภคทรัพยากรธรรมชาติ เราเชื่อว่าการแบ่งปันความรู้และพัฒนาทักษะจากการร่วมปฏิบัติงานกับผู้เชี่ยวชาญ จะทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้เสริมสร้างประสบการณ์และองค์ความรู้แบบรอบด้าน และนำไปพัฒนาโครงการและนวัตกรรมอื่น ๆ ได้อีกมากในอนาคต”

 

คุณภากมล รัตตเสรี กรรมการและรองเหรัญญิก มูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า “ภัทรพัฒน์ ตราพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทำการตลาดให้แก่ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งเริ่มจากผลผลิตภายในโครงการของมูลนิธิชัยพัฒนาไปสู่สินค้าของชุมชนและผลิตผลของเกษตรกรในแต่ละท้องถิ่น โดยพัฒนาให้มีความโดดเด่นสวยงาม มีความหลากหลาย และแสดงถึงการพัฒนาตามแนวพระราชดำริอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูป หรืองานหัตถกรรม โดยมีคุณค่าและความแตกต่างของผลิตภัณฑ์อยู่ที่เรื่องราว รวมถึงแนวทางการพัฒนา เพื่อให้ราษฎรผู้ผลิตเกิดความภาคภูมิใจและผู้ซื้อผลิตภัณฑ์เกิดความพึงพอใจ และหนึ่งในความภาคภูมิใจนั้นคือผลิตภัณฑ์จากกก ของกลุ่มเกษตรกรสมาชิกกลุ่มผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 พระราชทาน “เพื่อนช่วยเพื่อน” จังหวัดสุรินทร์ ที่ปัจจุบันได้มีการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากเสื่อกกให้ก้าวไปอีกขั้น สู่การเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีความสวยงาม เรียบหรู ซึ่งด้วยความรู้ความเชี่ยวชาญที่เราได้ช่วยสร้างคุณค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเห็นเยาวชนรุ่นใหม่มาร่วมแสดงความคิดสร้างสรรค์ในการแข่งขัน และสามารถนำเอาแนวคิดด้านการ REuse นี้ ไปต่อยอดและปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อทรัพยากรอื่น ๆ ที่มีอยู่ในประเทศไทย และสร้างความยั่งยืนให้ให้แก่สิ่งแวดล้อมและสังคมต่อไป”

 

คุณชนิกานต์ โปรณานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและปฏิบัติการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้รับฟังแนวคิดด้านความยั่งยืนจากนักคิดรุ่นใหม่ และหวังว่าโครงการนี้จะเปิดประตูให้นิสิต-นักศึกษาที่เข้าแข่งขันได้เรียนรู้ถึงโอกาสมากมายในการนำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนความยั่งยืน พร้อมนำแรงบันดาลใจและความรู้ไปต่อยอดให้เกิดขึ้นได้จริงในอนาคต เพราะเราเชื่อว่านวัตกรรมที่ดีจะต้องมีบทบาทในการเสริมศักยภาพให้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน คิดค้นสิ่งใหม่ๆ หรือสานต่อความยั่งยืนเพื่อโลกของเรา เช่นเดียวกับที่ไมโครซอฟท์เอง มีเป้าหมายที่จะลดการปล่อยคาร์บอนให้เป็นลบภายในปี 2573”


คุณยุทธนา เจียมตระการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-การบริหารกลาง เอสซีจี กล่าวว่า “เอสซีจียินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการนี้ โดยเฉพาะเรื่องการรีไซเคิล ซึ่งเป็นหลักการหนึ่งของเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่เอสซีจีทำมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวปฏิบัติ SCG Circular Way ที่มุ่งใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ามากที่สุดในทุกกระบวนการ ตั้งแต่ออกแบบ ผลิต ใช้ ไปจนถึงปลายทาง คือ การรีไซเคิลวัสดุเหลือใช้ หรือของเสีย ให้กลับมาเป็นวัตถุดิบใหม่อีกครั้ง เป็นการหมุนเวียนใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การรีไซเคิลกล่องกระดาษที่ไม่ใช้แล้วเป็นเตียงสนามกระดาษ การนำพลาสติกใช้แล้วกลับมารีไซเคิลเป็นพลาสติกคุณภาพสูง การนำเศษวัสดุเหลือทิ้งจากการก่อสร้างกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างจิตสำนึกของพนักงานเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า คัดแยกขยะให้ถูกประเภท เพื่อนำกลับไปรีไซเคิลให้ได้มากที่สุด และขยายความร่วมมือไปยังชุมชนรอบโรงงาน วัด โรงเรียน มหาวิทยาลัย ตลาด สิ่งเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ SD (Sustainable Development) ที่เอสซีจีทำมาอย่างต่อเนื่อง และยกระดับสู่ ESG (Environmental, Social, Governance) ด้วยแนวทาง ESG 4 Plus ได้แก่ 1. มุ่ง Net Zero ในปี 2050 2. Go Green 3. Lean เหลื่อมล้ำ 4. ย้ำร่วมมือ ภายใต้การดำเนินงานอย่างโปร่งใส เป็นธรรม เอสซีจีเชื่อมั่นว่าการทำงานร่วมกันในครั้งนี้ จะช่วยพัฒนาต่อยอดไอเดียของน้อง ๆ ให้เกิดเป็นโครงการ หรือนวัตกรรมเพื่อส่งต่อโลกที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไป”

 

นิสิตและนักศึกษาที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถสมัครได้ที่ https://forms.office.com/r/LyscnH6L7q พร้อมส่งวิดีโอแนะนำโครงการของตนเองระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 22 กรกฎาคม 2565 และสามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับการแข่งขันได้ที่ https://www.bmw.co.th/th/discover/choice-is-yours.html โดยจะประกาศผลทีมที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการด้านละ 5 ทีม รวมเป็น 20 ทีม ในวันที่ 5 สิงหาคม 2565 ทางเว็บไซต์ www.bmw.co.th และประกาศผลรางวัลชนะเลิศในเดือนพฤศจิกายน 2565

 

หรือสแกน QR Code เพื่อดูรายละเอียดการแข่งขัน

 

อ่านเพิ่มเติม
  • บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป

    บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก เราผลิตและจำหน่ายรถยนต์ภายใต้แบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ, โรลส์-รอยซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด โดยมีเครือข่ายการผลิตมากกว่า 30 แห่งทั่วโลก อีกทั้งยังมีเครือข่ายผู้จำหน่ายและบริการมากกว่า 140 ประเทศทั่วโลก 

    ในปี พ.ศ. 2564 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มียอดขายรถยนต์กว่า 2.5 ล้านคัน และมอเตอร์ไซค์กว่า 194,000 คันทั่วโลก กำไรก่อนหักภาษีในปีงบประมาณ 2564 อยู่ที่ 16.1 พันล้านยูโร จากรายได้รวม 111.2 พันล้านยูโร โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บีเอ็ม ดับเบิลยู กรุ๊ป มีพนักงานทั้งหมด 118,909 คนทั่วโลก

    ความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้รับการขับเคลื่อนจากพลังแห่งวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี โดยวางรากฐานความสำคัญสำหรับอนาคตตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม โดยคำนึงถึงความยั่งยืนและการบริหารจัดการการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตั้งแต่กระบวนการการผลิตสินค้าไปยังผู้บริโภค หรือซัพพลายเชนในทุกผลิตภัณฑ์และในทุกขั้นตอนการผลิตอีกด้วย 

    บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

    บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เป็นสาขาของ BMW AG ประเทศเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2541 ประกอบด้วยสี่บริษัท ได้แก่ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการขายและการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ภายใต้แบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยูและบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านบริการทางการเงินสำหรับผู้จำหน่ายรถยนต์และลูกค้าบุคคล และบริษัท บีเอ็มดับเบิลยู พาร์ทส์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการผลิตชิ้นส่วนสำหรับการประกอบมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด สำหรับโรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ณ จังหวัดระยอง 

    ในปี 2564 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งด้วยสถิติยอดจดทะเบียนรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิจำนวน 11,032 คัน โดยแบ่งเป็นยอดจดทะเบียนรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรวม 9,982 คัน และยอดจดทะเบียนรถยนต์มินิ 1,050 คัน ด้านบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ยังคงรักษาผลงานที่แข็งแกร่งไว้ได้ ด้วยยอดจดทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ทั้งหมดรวม 1,197 คัน 

    ในด้านการผลิต โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นเครื่องสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่มีต่อตลาดในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะตลาดประเทศไทย ว่าเป็นตลาดที่สามารถเติบโตได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่ตั้ง ฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง และพนักงานผู้เชี่ยวชาญในด้านยนตรกรรม ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนู แฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการประกอบยนตรกรรมของบีเอ็มดับเบิลยูในภูมิภาคอาเซียนที่ผ่านมานอกจากนี้ โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย มีการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการขยายกระบวนการประกอบภายในโรงงานและเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สืบเนื่องจากการจัดซื้อชิ้นส่วนยานยนต์จากประเทศไทยในแต่ละปีเป็นจำนวนมากเพื่อป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในประเทศและเพื่อส่งออก คิดเป็นมูลค่ากว่า 4 พันล้านบาทต่อปี บีเอ็มดับเบิลยูจึงจัดตั้งสำนักงานจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์ขึ้นในประเทศไทยด้วย เพื่อจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์จากซัพพลายเออร์ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับเครือข่ายการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยู 31 แห่ง ใน 15 ประเทศทั่วโลก 

    บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย สามารถประกอบรถยนต์และมอเตอร์ไซค์รุ่นต่างๆ ทั้งหมด 18 รุ่น ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 2 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 บีเอ็มดับเบิลยู X1 บีเอ็มดับเบิลยู X3 บีเอ็มดับเบิลยู X5 บีเอ็มดับเบิลยู X6 และบีเอ็มดับเบิลยูู X7 สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R บีเอ็มดับเบิลยู F 900 XR บีเอ็มดับเบิลยู F750 GS บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS Adventure บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R และบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทยยังขยายสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด 5 รุ่นในประเทศไทย ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู 330e บีเอ็มดับเบิลยู 530e บีเอ็มดับเบิลยู X3 xDrive30e 
    บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e และบีเอ็มดับเบิลยู 745Le xDrive 

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
    บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
    1397

    www.bmw.co.th     
    www.mini.co.th     
    www.bmw-motorrad.co.th

    สื่อมวลชนติดต่อ  บริษัท คาร์ลบายร์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์
    สุธาทิพย์ บุญแสง (08-7685-1695 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 102)
    ปวริศา ธนวจีรัณ (08-6564-4726 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 125) 
    นวพรรษ ศรีสรินทร์ (08-2654-9447 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 126) 
    จิรวัฒน์ อรรคจันทร์ (09-3636-1241 or 0-2627-3501 ต่อ 101)
    sboonsaeng@carlbyoir.com, pthanawajeran@carlbyoir.com, nseesarin@carlbyoir.com, jakachan@carlbyoir.com