Official Partner of M
ข่าวประชาสัมพันธ์ | 2562.11.20

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้รับรองเป็น “Official Partner of M” ใน การจัด BMW Driving Experience เป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย นำโดย มร. กัลดริค ดอนเนอซาน ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด (ที่ 3 จากขวา) คุณเศรษฐิพงศ์ อนุตรโสตถิ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาด (ซ้ายสุด) คุณภัทรพร ทองมูล เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (ที่ 2 จากขวา) คุณชลวิทย์ นุยา เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (ที่ 4 จากขวา) พร้อมด้วยผู้ฝึกสอนที่ได้รับการรับรองจากบีเอ็มดับเบิลยู คุณปริตร แม้นเมฆ (ที่ 2 จากซ้าย) และคุณวุฒินันท์ สภาวสุ (ที่ 3 จากซ้าย) รับมอบใบรับรองคุณภาพจาก BMW Driving Experience ภายใต้ BMW M GmbH โดยมีมร. ฟลอเรียน สไตเกอร์ (ที่ 4 จากซ้าย) และมิสคอร์ดูลา คลาปป์ (ขวาสุด) เป็นผู้มอบ

 

กรุงเทพฯ. บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้รับการรับรองจากบีเอ็มดับเบิลยู M ในฐานะ “Official Partner of BMW M” เป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การันตีถึงคุณภาพสูงสุดระดับโลกตามมาตรฐานของบีเอ็มดับเบิลยูในการจัดกิจกรรมฝึกอบรมการขับขี่ BMW Driving Experience ให้แก่ลูกค้า โดยประเทศไทยเป็นประเทศล่าสุดที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับโลกนี้ และพร้อมเดินหน้าสานต่อประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 40 ปี ของการจัด BMW Driving Experience เพื่อมอบเทคนิคและทักษะในการขับขี่อย่างมั่นใจและปลอดภัยในทุกสถานการณ์ให้แก่ลูกค้า สร้างประสบการณ์อันท้าทายและเร้าใจภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของผู้ฝึกสอนที่ได้รับการรับรองจากบีเอ็มดับเบิลยู หรือ BMW Certified Instructor โดยลูกค้าจะสามารถเลือกเข้าฝึกอบรมการขับขี่จากทั้งหมด 3 คอร์ส ได้แก่ ระดับเริ่มต้น Basic Training ระดับสูง Advanced Training และคอร์สสุดเอ็กซ์คลูซีฟ M Experience สำหรับผู้ที่หลงใหลในความเร็วและพร้อมท้าทายทุกขีดจำกัด ซึ่งผู้ที่เข้าฝึกอบรม BMW Driving Experience จะได้เรียนรู้ทักษะการขับขี่อย่างเข้มข้นในสนามทดสอบพิเศษ BMW Area 51 ที่ได้มาตรฐานของบีเอ็มดับเบิลยูในจังหวัดอยุธยา

 

มร.อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “กิจกรรม BMW Driving Experience ได้คว้าความสำเร็จอย่างมากมายในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก และเราได้นำมาตรฐานแห่งความสำเร็จดังกล่าวมาเปิดประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับยิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้าในประเทศไทย ซึ่งในกระบวนการรับรองมาตรฐานนั้น เราได้ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจาก BMW Driving Experience ในการปฎิบัติตามแนวทางต่าง ๆ ในการฝึกอบรม รวมถึงการตรวจสอบมาตรฐานโครงสร้างของสนาม เพื่อสร้างความมั่นใจว่ากิจกรรม BMW Driving Experience จะมอบความปลอดภัยและคุณภาพขั้นสูงสุดตามมาตรฐานของบีเอ็มดับเบิลยู เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงแค่เสริมสร้างทักษะและเทคนิคในการควบคุมรถและขับขี่ในสถานการณ์คับขันได้อย่างปลอดภัยเท่านั้น แต่เรายังตั้งเป้าในการสร้างสมดุลที่สมบูรณ์แบบระหว่างรถยนต์ที่มีสมรรถนะอันโดดเด่นและทักษะการขับขี่อันน่าประทับใจ ที่ทั้งผู้ขับขี่และยานยนต์จะสามารถโลดแล่นได้อย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน”

 

ในฐานะ “Official Partner of BMW M” ประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จะนำเสนอโปรแกรมฝึกอบรมการขับขี่ที่ได้มาตรฐานทั้งหมด 3 คอร์ส เริ่มจากระดับเริ่มต้น Basic Training ไปจนถึงระดับสูง Advanced Training ซึ่งใน 2 คอร์สนี้ ผู้เข้าอบรมจะได้พัฒนาทักษะทั้งด้านการขับขี่และการตอบสนองต่อสภาวะคับขันอย่างทันท่วงที พร้อมสร้างเสริมความสามารถในการควบคุมรถยนต์ในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น การเบรคหรือจําลองสถานการณ์การหักหลบกะทันหัน ไปจนถึงการรับมืออย่างชาญฉลาดกับสภาพพื้นผิวที่ลื่นไถลบนสนามทดสอบ ด้วยรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูซีรี่ส์ 3 และซีรี่ส์ 4 ซึ่งรถที่นำมาใช้ในการฝึกอบรมทั้งหมดจะมาพร้อมยางรันแฟลตบริดจสโตน POTENZA S001 RFT และสำหรับผู้ที่มองหาความท้าทายที่เร้าใจยิ่งขึ้น บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทยยังนำเสนอคอร์ส M Experience ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อกระตุ้นอะดรินาลีนโดยเฉพาะ จากการขับขี่ด้วยความเร็วสูงในสนามแข่งแบบนักแข่งมืออาชีพ ให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้ทดสอบขีดจำกัดของรถยนต์สรรถนะสูงอย่างบีเอ็มดับเบิลยู M2 ในตำนาน รวมถึงบีเอ็มดับเบิลยู M5 M Town Taxi ซึ่งโปรแกรม BMW Driving Experience สุดพิเศษนี้จะจัดขึ้นตลอดทั้งปีในสนามทดสอบพิเศษ BMW Area 51 ที่สามารถรองรับสถานการณ์จำลองการขับขี่ที่หลากหลาย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมอย่างครบครัน

 

“มาตรฐานที่เราได้รับรองในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่ากิจกรรม BMW Driving Experience เป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางในการสร้างความเป็นเลิศ และเป็นข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ นอกจากนี้ การถ่ายทอดทักษะการขับขี่ขั้นสูงเพื่อความปลอดภัย ยังเป็นอีกหนึ่งความรับผิดชอบของบีเอ็มดับเบิลยูต่อสังคม เพื่อพัฒนาความปลอดภัยในการขับขี่บนท้องถนน โดยที่ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับตามแบบฉบับของบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งไม่ว่าจะเป็นในคอร์สใด เราก็ทำงานอย่างมุ่งมั่นร่วมกับ BMW Certified Instructor เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเราจะสามารถตอบสนองความต้องการที่แตกต่างของลูกค้าแต่ละคนได้ ภายใต้สโลแกน ‘Passion leaves traces’ ของ BMW Driving Experience” มร. บารากากล่าว

 

ทั้งนี้ ก่อนได้รับการรับรองในฐานะ “Official Partner of BMW M” บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมอบรมการขับขี่มาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10 คอร์สต่อปี ในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวมถึงการอบรมการขับขี่เพื่อความปลอดภัยด้วยรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นใหม่ล่าสุด การฝึกควบคุมการทรงตัวของรถ ประสบการณ์บนสนามแข่ง และการขับขี่บนพื้นผิวออฟโรด โดยการเสริมสร้างทักษะการขับขี่เหล่านี้นับเป็นโอกาสที่หาได้ยากที่ผู้ขับขี่จะได้สัมผัสกับยานยนต์ล้ำสมัยด้วยมาตรฐานคุณภาพสูงสุดระดับโลก

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้จัดกิจกรรม BMW และ MINI Driving Experience เพื่อมอบประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจให้แก่ลูกค้าทั่วโลกมาตั้งแต่ปี 2520 และในปัจจุบัน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปนำเสนอคอร์สการฝึกอบรมถึง 50 คอร์สสำหรับทั้งรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ใน 30 ประเทศทั่วโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาไปที่ https://www.bmw.co.th/th/topics/offers-and-services/driving-experience.html

Read more
กิจกรรม BMW Driving Experience
กิจกรรม BMW Driving Experience
กิจกรรม BMW Driving Experience
กิจกรรม BMW Driving Experience
กิจกรรม BMW Driving Experience
กิจกรรม BMW Driving Experience
กิจกรรม BMW Driving Experience
กิจกรรม BMW Driving Experience
กิจกรรม BMW Driving Experience
กิจกรรม BMW Driving Experience
กิจกรรม BMW Driving Experience

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก เราผลิตและจำหน่ายรถยนต์ภายใต้แบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ, โรลส์-รอยซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด โดยมีเครือข่ายการผลิต 31 แห่งใน 15 ประเทศ อีกทั้งยังมีเครือข่ายผู้จำหน่ายและบริการมากกว่า 140 ประเทศทั่วโลก

 

ในปี พ.ศ. 2561 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มียอดขายรถยนต์ 2,490,000 ล้านคัน และมอเตอร์ไซค์กว่า 165,000 คันทั่วโลก กำไรสุทธิในปีงบประมาณ 2560 ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป อยู่ที่ 10.655 พันล้านยูโร จากรายได้รวมทั้งหมด 98.678 พันล้านยูโร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มีพนักงานทั้งหมด 129,932 คนทั่วโลก

 

ความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้รับการขับเคลื่อนจากพลังแห่งวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี สร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม และให้บริการกับลูกค้าอย่างดีที่สุด นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในทุกผลิตภัณฑ์และในทุกขั้นตอนการผลิตอีกด้วย

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เป็นสาขาของ BMW AG ประเทศเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2541 ประกอบด้วย สามบริษัท ได้แก่ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการขายและการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ภายใต้แบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยู และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด และบริษัท บีเอ็มดับเบิลยู ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านบริการทางการเงินสำหรับผู้จำหน่ายรถยนต์และลูกค้าบุคคล

 

ในปี 2561 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย สร้างสถิติความสำเร็จเป็นประวัติการณ์ด้วยยอดส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูได้เป็นสถิติใหม่ที่ 12,036 คัน ซึ่งสูงกว่าปีก่อนหน้าถึง 20% และยังนับเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในเครือข่ายของบีเอ็มดับเบิลยูทั่วโลกเป็นปีที่สองติดต่อกัน ส่วนยอดการส่งมอบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดในประเทศไทยก็เพิ่มสูงขึ้นถึง 122% ขณะที่มินิและบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด มียอดการส่งมอบรถตลอดปีสูงเป็นสถิติใหม่เช่นกันที่ 1,051 คัน (เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อนหน้า) และ 2,154 คัน (เพิ่มขึ้น 8%) ตามลำดับ

 

ในด้านการผลิต โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นเครื่องสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่มีต่อตลาดในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะตลาดประเทศไทย ว่าเป็นตลาดที่สามารถเติบโตได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่ตั้ง ฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง และพนักงานผู้เชี่ยวชาญในด้านยนตรกรรม ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการประกอบยนตรกรรมของบีเอ็มดับเบิลยูในภูมิภาคอาเซียนที่ผ่านมานอกจากนี้ โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย มีการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการขยายกระบวนการประกอบภายในโรงงานและเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สืบเนื่องจากการจัดซื้อชิ้นส่วนยานยนต์จากประเทศไทยในแต่ละปีเป็นจำนวนมากเพื่อป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในประเทศและเพื่อส่งออก คิดเป็นมูลค่ากว่า 4 พันล้านบาทต่อปี บีเอ็มดับเบิลยูจึงจัดตั้งสำนักงานจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์ขึ้นในประเทศไทยด้วย เพื่อจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์จากซัพพลายเออร์ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับเครือข่ายการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยู 31 แห่ง ใน 15 ประเทศทั่วโลก

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย สามารถประกอบรถยนต์รุ่นต่างๆ ทั้งหมด 14 รุ่น ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 Gran Turismo บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 บีเอ็มดับเบิลยู X1 และบีเอ็มดับเบิลยู X3 สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู F750 GS บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS Adventure บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure บีเอ็มดับเบิลยู F 800 R บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR และ บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 XR นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทยยังขยายสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด 2 รุ่นในประเทศไทย ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู 530e และบีเอ็มดับเบิลยู 740Le

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

1-800-269-269
www.bmw.co.th
www.mini.co.th
www.bmw-motorrad.co.th

 

สื่อมวลชนติดต่อ บริษัท คาร์ลบายร์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์
สุธาทิพย์ บุญแสง (08-7685-1695 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 102)
ธรธวัช ทองแนบ (08-3225-4567 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 206)
พิชานัน ทูลกำธรชัย (08-5157-7557 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 101)
นลินุตม์ ศิริสมบัติ (08-6977-7881 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 155)
sboonsaeng@carlbyoir.com, tthongnab@carlbyoir.com, ptoonkamthornchai@carlbyoir.com, nsirisombut@carlbyoir.com

Read more