BMW HVS Battery Plant Inauguration
ข่าวประชาสัมพันธ์ | 2562.09.06

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เดินหน้าประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูงในประเทศไทย สำหรับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด

โรงงานประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูงแห่งเดียวในภูมิภาคอาเซียน ตั้งอยู่ ณ นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี 2

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย นำโดย มร. อูเว่ ควาส (ซ้ายสุด) กรรมการผู้จัดการ ร่วมด้วย แดร็คเซิลไมเออร์ กรุ๊ป นำโดย มร. แกร์ฮาร์ด แอร์เนสแบร์เกอร์ (ขวาสุด) ผู้อำนวยการโรงงาน ร่วมพิธีเปิดโรงงานประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูงสำหรับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปแห่งเดียวในภูมิภาคอาเซียน ณ โรงงานของแดร็คเซิลไมเออร์ กรุ๊ป ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี 2 โดยมีคุณกรณ์ภัฐวีร์ม่วงน้อย (ที่ 3 จากซ้าย) รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม, ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา (ที่ 2 จากซ้าย)  ประธานกรรมการบริหาร และคุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ (ที่ 4 จากซ้าย) กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เข้าร่วม

 

ชลบุรี.บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยเปิดฉากอีกหนึ่งความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ เปิดตัวโรงงานประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูงในประเทศอย่างเป็นทางการ ด้วยความร่วมมือกับแดร็คเซิลไมเออร์ กรุ๊ป ผู้นำด้านการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ระดับโลก ซึ่งเป็นพันธมิตรกับบีเอ็มดับเบิลยูกรุ๊ปมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 โดยโรงงานครอบคลุมในส่วนของการประกอบโมดูลแบตเตอรี่และการประกอบตัวแบตเตอรี่ และได้เริ่มต้นสายการประกอบตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งโรงงานของแดร็คเซิลไมเออร์ กรุ๊ป ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี 2 และนับเป็นโรงงานประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูงสำหรับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปแห่งเดียวในภูมิภาคอาเซียน

 

มร.อูเว่ ควาส กรรมการผู้จัดการ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย กล่าวว่า “หนึ่งในวิสัยทัศน์หลักของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป คือการขับเคลื่อนสังคมไปสู่อนาคตแห่งยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายนี้เช่นกันด้วยการเดินหน้าสู่ อีกก้าวแห่งความสำเร็จครั้งใหญ่ด้านกลยุทธ์ยานยนต์ไฟฟ้า การเริ่มประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูงในประเทศจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราสามารถตอบโจทย์ความต้องการในตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังถือเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้แก่โรงงานบีเอ็มดับเบิลยูในจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการประกอบรถยนต์ในภูมิภาคนี้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

 

มร.แกร์ฮาร์ด แอร์เนสแบร์เกอร์ ผู้อำนวยการโรงงาน แดร็คเซิลไมเออร์ กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจให้ประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูงสำหรับบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ซึ่งได้รับการยอมรับจากพันธมิตรนานาชาติทั้งในภูมิภาคและในระดับสากล เรามีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการมอบโซลูชั่นที่ล้ำสมัยให้กับผู้ผลิตยานยนต์ระดับพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นด้านระบบไฟฟ้า ระบบอิเล็กทรอนิกส์ การออกแบบภายในรถยนต์ และระบบแบตเตอรี่ ด้วยความสัมพันธ์อันยาวนานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มากว่า 53 ปี เราจึงยินดีมากที่ได้ต่อยอดการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย”

 

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มิวนิค ได้ร่วมวางรากฐานกระบวนการประกอบแบตเตอรี่ที่โรงงานแห่งใหม่ของแดร็คเซิลไมเออร์ กรุ๊ป เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการประกอบในประเทศไทยสอดคล้องกับมาตรฐานคุณภาพระดับโลกของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปและเพื่อวางรากฐานสำหรับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในอนาคต

 


ทั้งนี้ แบตเตอรี่แรงดันสูงเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญของรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ประเภทไฮบริดหรือรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าโดยสมบูรณ ทั้งยังเป็นชิ้นส่วนที่มีความซับซ้อนและต้องใช้ทักษะเฉพาะด้านในการผลิต นับตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2561 บุคลากรจาก แดร็คเซิลไมเออร์ กรุ๊ป ได้เข้าร่วมโปรแกรมอบรมและพัฒนาบุคลากรเพื่อการประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูง ณ โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปในเมืองดิงกอลฟิง และโรงงานนำร่องการผลิตระบบการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งมีความพร้อมแล้วสำหรับการประกอบแบตเตอรี่ที่ต้องใช้ทักษะความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการผลิตที่ล้ำสมัย เพื่อการประกอบแบตเตอรี่อันเป็นเทคโนโลยีล่าสุด (เจนเนอเรชั่นที่4) เช่น การเชื่อมด้วยเลเซอร์ การเตรียมพื้นผิววัสดุด้วยพลาสมาวิทยาการหุ่นยนต์ กระบวนการยึดติดการตรวจสอบคุณภาพชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อัตโนมัติ (AOI) การตรวจสอบการทำงานของระบบไฟฟ้า และการตรวจสอบคุณภาพเมื่อสิ้นสุดสายการผลิต นอกจากนี้โปรแกรมการอบรมดังกล่าวยังครอบคลุมทักษะในการทำงานกับกระบวนการผลิตอัตโนมัติ ซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญในการประกอบโมดูลแบตเตอรี่ รวมถึงการตรวจสอบคุณภาพโดยรวม การออกแบบกระบวนการและเทคโนโลยีการผลิต การปรับปรุงแก้ไขคุณภาพ และการวิเคราะห์กระบวนการผลิต


เมื่อเสร็จสิ้นการเรียนรู้และเสริมสร้างความเชี่ยวชาญด้านการประกอบแบตเตอรี่แล้วบุคลากรที่ผ่านการอบรมข้างต้นจะได้ทำงานกับชิ้นส่วนอย่างเซลล์แบตเตอรี่ที่นำเข้าจากผู้ผลิตในภูมิภาคเอเชียพร้อมด้วยชิ้นส่วนแบตเตอรี่นำเข้าอีกมากมาย ทั้ง โครงอะลูมิเนียม ระบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์และสายไฟเพื่อประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูงที่ได้มาตรฐานระดับโลกของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป และเป็นไปตามข้อกำหนดด้านการใช้ชิ้นส่วนจากผู้ผลิตในประเทศของประเทศไทย เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการประกอบแล้ว แบตเตอรี่แรงดันสูงดังกล่าวจะถูกส่งไปยังโรงงานบีเอ็มดับเบิลยูที่ระยอง เพื่อนำไปติดตั้งในรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดในตระกูลบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 5 ซึ่งได้เริ่มต้นเฟสแรกไปแล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา


ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง ได้ประกอบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดมาแล้ว 4 รุ่นด้วยกันคือ บีเอ็มดับเบิลยู 330e บีเอ็มดับเบิลยู 530e บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e และบีเอ็มดับเบิลยู 740Le


ทั้งนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) สำหรับการลงทุนประกอบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดมูลค่า 700 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ได้จัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งมาร่วมลงทุนกับแดร็คเซิลไมเออร์ กรุ๊ป ประเทศไทย เพื่อพัฒนาโรงงานประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูงที่มีมูลค่าการลงทุน 500 ล้านบาท ความสำเร็จครั้งนี้จะยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศ และแสดงถึงความร่วมมืออันดีระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่อนาคตแห่งยนตรกรรมไฟฟ้าที่ยั่งยืนต่อไป

Read more
BMW Xpo 2019

จากซ้ายไปขวา - มร. อูเว่ ควาส กรรมการผู้จัดการ บีเอ็มดับเบิลยูกรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย,คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัทกรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน), ดร. ปราจิน เอี่ยมลำเนา  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน), คุณกรณ์ภัฐวีร์ ม่วงน้อย รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมกระทรวงอุตสาหกรรมและ มร. แกร์ฮาร์ด แอร์เนสแบร์เกอร์ ผู้อำนวยการโรงงาน แดร็คเซิลไมเออร์ กรุ๊ป

จากซ้ายไปขวา - มร. อูเว่ ควาส กรรมการผู้จัดการ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย,  มร. แกร์ฮาร์ด แอร์เนสแบร์เกอร์ ผู้อำนวยการโรงงาน แดร็คเซิลไมเออร์ กรุ๊ป และคุณกรณ์ภัฐวีร์ ม่วงน้อย รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม  กระทรวงอุตสาหกรรม
มร. อูเว่ ควาส กรรมการผู้จัดการ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย
มร. แกร์ฮาร์ด แอร์เนสแบร์เกอร์ ผู้อำนวยการโรงงาน แดร็คเซิลไมเออร์ กรุ๊ป
คุณกรณ์ภัฐวีร์ ม่วงน้อย รองอธิบดี กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม
BMW HVS Battery Plant Inauguration
BMW HVS Battery Plant Inauguration
BMW HVS Battery Plant Inauguration
BMW HVS Battery Plant Inauguration
BMW HVS Battery Plant Inauguration
BMW HVS Battery Plant Inauguration
BMW HVS Battery Plant Inauguration
BMW HVS Battery Plant Inauguration

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก เราผลิตและจำหน่ายรถยนต์ภายใต้แบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ, โรลส์-รอยซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด โดยมีเครือข่ายการผลิต 31 แห่งใน 15 ประเทศ อีกทั้งยังมีเครือข่ายผู้จำหน่ายและบริการมากกว่า 140 ประเทศทั่วโลก

 

ในปี พ.ศ. 2561 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มียอดขายรถยนต์ 2,490,000 ล้านคัน และมอเตอร์ไซค์กว่า 165,000 คันทั่วโลก กำไรสุทธิในปีงบประมาณ 2560 ของบีเอ็มดับเบิลยูกรุ๊ป อยู่ที่ 10.655 พันล้านยูโร จากรายได้รวมทั้งหมด 98.678 พันล้านยูโร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560  บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มีพนักงานทั้งหมด 129,932 คนทั่วโลก

 

ความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้รับการขับเคลื่อนจากพลังแห่งวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีสร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม และให้บริการกับลูกค้าอย่างดีที่สุด นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในทุกผลิตภัณฑ์และในทุกขั้นตอนการผลิตอีกด้วย

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เป็นสาขาของ BMW AG ประเทศเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2541 ประกอบด้วย สามบริษัท ได้แก่ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการขายและการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ภายใต้แบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยูและบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด และบริษัท บีเอ็มดับเบิลยู ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านบริการทางการเงินสำหรับผู้จำหน่ายรถยนต์และลูกค้าบุคคล

 

ในปี 2561 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย สร้างสถิติความสำเร็จเป็นประวัติการณ์ด้วยยอดส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูได้เป็นสถิติใหม่ที่ 12,036 คัน ซึ่งสูงกว่าปีก่อนหน้าถึง 20% และยังนับเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในเครือข่ายของบีเอ็มดับเบิลยูทั่วโลกเป็นปีที่สองติดต่อกัน ส่วนยอดการส่งมอบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดในประเทศไทยก็เพิ่มสูงขึ้นถึง 122% ขณะที่มินิและบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด มียอดการส่งมอบรถตลอดปีสูงเป็นสถิติใหม่เช่นกันที่ 1,051 คัน (เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อนหน้า) และ 2,154 คัน (เพิ่มขึ้น 8%) ตามลำดับ

 

ในด้านการผลิต โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นเครื่องสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่มีต่อตลาดในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะตลาดประเทศไทย ว่าเป็นตลาดที่สามารถเติบโตได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่ตั้ง ฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง และพนักงานผู้เชี่ยวชาญในด้านยนตรกรรม ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการประกอบยนตรกรรมของบีเอ็มดับเบิลยูในภูมิภาคอาเซียนที่ผ่านมานอกจากนี้ โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย มีการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการขยายกระบวนการประกอบภายในโรงงานและเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้สืบเนื่องจากการจัดซื้อชิ้นส่วนยานยนต์จากประเทศไทยในแต่ละปีเป็นจำนวนมากเพื่อป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในประเทศและเพื่อส่งออก คิดเป็นมูลค่ากว่า 4 พันล้านบาทต่อปี บีเอ็มดับเบิลยูจึงจัดตั้งสำนักงานจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์ขึ้นในประเทศไทยด้วย เพื่อจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์จากซัพพลายเออร์ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับเครือข่ายการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยู 31 แห่ง ใน 15 ประเทศทั่วโลก

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย สามารถประกอบรถยนต์รุ่นต่างๆ ทั้งหมด 13 รุ่น ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 Gran Turismo บีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ 5 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 บีเอ็มดับเบิลยู X1 และบีเอ็มดับเบิลยู X3 สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS บีเอ็มดับเบิลยู F 750 GS บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS Advenure บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR และ บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 XR นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทยยังขยายสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด 2 รุ่นในประเทศไทย ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู 530e และบีเอ็มดับเบิลยู 740Le

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

1-800-269-269

www.bmw.co.th    

www.mini.co.th    

www.bmw-motorrad.co.th

 

สื่อมวลชนติดต่อ  บริษัท คาร์ลบายร์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์

สุธาทิพย์ บุญแสง (08-7685-1695 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 102)

ธรธวัช ทองแนบ (08-3225-4567 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 206)

พิชานัน ทูลกำธรชัย (08-5157-7557 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 101)

นลินุตม์ ศิริสมบัติ (08-6977-7881 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 155)

sboonsaeng@carlbyoir.com, tthongnab@carlbyoir.com,
 ptoonkamthornchai@carlbyoir.com, nsirisombut@carlbyoir.com

 

แดร็คเซิลไมเออร์ กรุ๊ป

แดร็คเซิลไมเออร์ กรุ๊ป เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนให้กับโรงงานรถยนต์ระดับพรีเมียมทั่วโลก เช่น ระบบไฟฟ้าชิ้นส่วนในเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนภายในรถยนต์ และระบบแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ความเชี่ยวชาญทั้งในด้านชิ้นส่วนภายในรถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ระบบไฟฟ้า และระบบแบตเตอรี่ ทำให้แดร็คเซิลไมเออร์โดดเด่นในอุตสาหกรรมนี้ บริษัทฯ จึงมีความรู้ความเชี่ยวชาญครอบคลุมกระบวนการผลิตทั้งหมด ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการพัฒนา การผลิต การส่งมอบผลิตภัณฑ์ ต่อไปยังสายการประกอบของผู้ผลิตรถยนต์ระดับพรีเมียม แดร็คเซิลไมเออร์ กรุ๊ป ในฐานะผู้ผลิตชุดสายไฟที่สามารถปรับได้ตามความต้องการของลูกค้า และพัฒนาเทคโนโลยีชุดสายไฟ รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยรวมถึงสายไฟแรงดันสูง ระบบการจัดการแบตเตอรี่ ระบบผลิตและจัดจำหน่ายพลังงาน แดร็คเซิลไมเออร์กำลังทำงานเกี่ยวกับอนาคตแห่งยนตรกรรมไฟฟ้า ด้วยโซลูชั่นสำหรับระบบแบตเตอรี่แรงดันต่ำและแรงดันสูง ในฐานะผู้นำตลาดด้านระบบตกแต่งภายในรถยนต์แดร็คเซิลไมเออร์ กรุ๊ป ยังผลิตระบบแสงสว่างในรถยนต์ คอนโซลรถยนต์ แผงประตู และแผงหน้าปัด รวมถึงประตูและห้องโดยสารให้กับผู้ผลิตรถยนต์ระดับพรีเมียม

 

แดร็คเซิลไมเออร์ กรุ๊ป เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ระดับโลกที่ตั้งอยู่มากกว่า 60 สาขาใน 20 ประเทศ ก่อตั้งขึ้นในประเทศเยอรมนีในปี พ. ศ. 2501 มีพนักงานทั้งหมดมากกว่า 70,000 คนทั่วโลก แดร็คเซิลไมเออร์ กรุ๊ป เป็นธุรกิจที่เจ้าของธุรกิจจัดการและควบคุมดูแลเอง โดยความคิดที่เน้นระยะยาว และมีความรับผิดชอบเป็นพื้นฐานสำคัญที่ยึดมั่นเพื่อความสำเร็จ ดังนั้นจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์องค์กรในการออกแบบธุรกิจและกระบวนการผลิต รวมถึงผลิตภัณฑ์ ภายใต้หลักความยั่งยืน และเพื่อเพิ่มขีดจำกัดของศักยภาพในการแข่งขันในระยะยาวอีกด้วย

 

ในปีพ.ศ. 2561 แดร็คเซิลไมเออร์ กรุ๊ป มีรายได้กว่า 4.6 พันล้านยูโร โดยลูกค้าเป็นบริษัทยานยนต์ชั้นนำ อาทิ Audi, BMW, MINI,Jaguar, Land Rover, Maserati, Mercedes-Benz, Porsche และ Volkswagen รวมถึงผู้ผลิตยานยนต์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย

 

สื่อมวลชนติดต่อ 

Dr. Tobias Nickel | Director of Marketing and Corporate Communication

Doris Zellner | Head of Corporate Communication

DRÄXLMAIER Group  |  Landshuter Strasse 100  | 84137 Vilsbiburg  | Germany

โทรศัพท์: +49 8741 47-4747  |  แฟกซ์ : +49 874147-1960

อีเมลล์:press@draexlmaier.com