BMW Annual Press Conference
ข่าวประชาสัมพันธ์ | 2561.03.07

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดฉากอีกหนึ่งปีแห่งความสำเร็จ ฉลอง การประกอบรถยนต์ทะลุหลัก 100,000 คัน พร้อมเผยโฉมนวัตกรรมยานยนต์รุ่นใหม่ครบครันจากทั้งบีเอ็มดับเบิลยู และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด

  • บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ทุบสถิติยอดขายบีเอ็มดับเบิลยูในปี 2560 โตขึ้น 43% สูงสุดในเครือข่ายบีเอ็มดับเบิลยูทั่วโลก
  • บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดศักราชอย่างสวยงามด้วยยอดขายในเดือนมกราคม 2561 ที่สูงขึ้นจากปีก่อนหน้า 10%
  • โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย พร้อมสานต่อความสำเร็จด้วยโปรแกรมอบรมเพื่อเตรียมพร้อมรับการประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูงในปี 2562
  • ครั้งแรกกับบีเอ็มดับเบิลยู X2 ใหม่ นำทัพยานยนต์รุ่นใหม่บุกตลาดไทยในปี 2561 พร้อมบีเอ็มดับเบิลยู 530i Touring M Sport, บีเอ็มดับเบิลยู M4 CS และ บีเอ็มดับเบิลยู M5
  • บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เปิดตัว บีเอ็มดับเบิลยู F 800 R, บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R, บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 XR, บีเอ็มดับเบิลยู R 1200 GS และบีเอ็มดับเบิลยู R 1200 GS Adventure ที่มาพร้อมนวัตกรรมการเชื่อมต่อใหม่ล่าสุด ‘Connected Ride’

(ในภาพบนเวที) บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย นำโดย มร. สเตฟาน ทอยเชอร์ต (ที่ 2 จากซ้าย) ประธาน มร. เจฟฟรีย์ กอดิอาโน (ซ้ายสุด) กรรมการผู้จัดการและประธานบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย และ มร. บียอร์น แอนทอนส์สัน (ขวาสุด) ประธานกรรมการบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย พร้อมด้วย มร. คริสเตียน วิดมานน์ (ที่ 4 จากซ้าย) ซึ่งจะเข้ารับตำแหน่งประธานคนใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ในวันที่ 1 เมษายนนี้ มิสฮิลเดอการ์ด วอร์ทมานน์ (ที่ 3 จากซ้าย) รองประธานอาวุโส ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิค และมร. เซิร์จ นาดีน (ที่ 5 จากซ้าย) ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิค พร้อมทัพพนักงานจากโรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ร่วมฉลองความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในการประกอบยนตรกรรมครบ 100,000 คันในประเทศไทย พร้อมประกาศแผนงานและเผยโฉมรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและรถมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดใหม่หลายรุ่น ก่อนเปิดตัวต่อสาธารณชนในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 ช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้

 

ระยอง. บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ฉลองอีกหนึ่งก้าวแห่งความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยจำนวนการส่งมอบรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ แบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด และมินิ รวมสูงสุดกว่า 11,030 คัน ในเดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2560 คิดเป็นอัตราการเติบโตต่อปีที่ 39% และถือเป็นครั้งแรกที่สร้างสถิติยอดขายรวมต่อปีด้วยตัวเลขหลักหมื่น โดยเฉพาะบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ที่สร้างผลงานน่าประทับใจด้วยตัวเลขอัตราการเติบโตปีต่อปีถึง 43% ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในเครือข่ายบีเอ็มดับเบิลยูทั่วโลก และบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังได้เริ่มต้นศักราช 2561 อย่างสวยงาม ด้วยการสร้างสถิติยอดการส่งมอบรวมสูงสุด 816 คันในเดือนมกราคม คิดเป็นอัตราการเติบโตถึง 10% ในขณะที่บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ก็ได้สร้างผลงานครั้งสำคัญ เติบโตขึ้นถึง 36% ด้วยยอดการส่งมอบมอเตอร์ไซค์รวม 150 คันในเดือนเดียวกัน

 

นอกจากนี้ โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง ได้ฉลองความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ ด้วยการประกอบยนตรกรรมหรูในเครือบีเอ็มดับเบิลยูครบ 100,000 คัน ขณะที่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ใหม่หลายรุ่นก็ได้ถูกเผยโฉมล่วงหน้า ก่อนเปิดตัวต่อสาธารณชนในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 ช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้

 

“ในปี 2561 นี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จะยังคงเดินหน้าสานต่อวิสัยทัศน์ในการนำเทคโนโลยียานยนต์และประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือชั้นและล้ำสมัยมามอบให้กับลูกค้าชาวไทย” มร.สเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าว “นอกจากยอดขายรวมที่ก้าวขึ้นสู่หลักหมื่นเป็นครั้งแรกในปีที่แล้ว ความสำเร็จครั้งสำคัญของเราในการประกอบยนตรกรรมครบ 100,000 คันในประเทศไทย ยังเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นต่อตลาดประเทศไทยของเราอีกด้วย ผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จะต่อยอดความสำเร็จนี้ได้อย่างแข็งแกร่ง ภายใต้การนำของ มร.คริสเตียน วิดมานน์ ผู้รับตำแหน่งประธานคนต่อไป ด้วยการสนับสนุนจากนวัตกรรมการผลิตที่เหนือชั้นและสุดยอดประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู”

 

ยนตรกรรมบีเอ็มดับเบิลยูรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวสู่ตลาดประเทศไทยในปี 2561 นี้ นำทัพโดย บีเอ็มดับเบิลยู X2 รถยนต์ตระกูลซีรีส์ X รุ่นล่าสุด บีเอ็มดับเบิลยู 530i Touring M Sport ที่มาพร้อมการผสมผสานทั้งความสะดวกสบายที่เหนือชั้นและความปราดเปรียวแบบรถสปอร์ตอย่างลงตัว ความแรงจากสนามแข่งกับ บีเอ็มดับเบิลยู M4 CS และบีเอ็มดับเบิลยู M5 ใหม่ ที่สุดของความสง่างามและขุมพลังเครื่องยนต์

 

นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด จะเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่หลากหลายรุ่นให้แก่นักบิดชาวไทย ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู F 800 R, บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R, บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 XR, บีเอ็มดับเบิลยู R 1200 GS และบีเอ็มดับเบิลยู R 1200 GS Adventure ซึ่งมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่และประสิทธิภาพที่เหนือกว่าเดิมในทุกรุ่น

 

“ปี 2561 นี้ จะเป็นปีที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับแฟนบีเอ็มดับเบิลยูในประเทศไทย ด้วยหลากหลายยนตรกรรมรุ่นใหม่และนวัตกรรมเทคโนโลยีที่จะเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง” มร. สเตฟาน กล่าว “ในวันนี้ เราได้ประกาศถึงการเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งของกลยุทธ์แห่งอนาคต ที่ได้ขับเคลื่อนบีเอ็มดับเบิลยูในฐานะผู้นำตลาดยานยนต์พรีเมียมมาโดยตลอด ไม่เฉพาะในแง่ของประสิทธิภาพบนท้องถนนเท่านั้น แต่รวมถึงในฐานะผู้นำแห่งนวัตกรรมล้ำสมัยด้วยเช่นกัน

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ฉลองความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ใน การประกอบยนตรกรรมครบ 100,000 คัน พร้อมเดินหน้าสู่อนาคตที่สดใสและเปี่ยมด้วยพลังงานสะอาดยิ่งขึ้น

โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย จังหวัดระยอง ก้าวสู่อีกหนึ่งหลักชัยแห่งความสำเร็จ ด้วยการประกอบยนตรกรรมบีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ครบ 100,000 คัน ก่อนก้าวเข้าสู่ปีที่ 18 ของการผลิต โดยในอนาคต โรงงานแห่งนี้จะขยายศักยภาพการผลิตภายใต้กลยุทธ์ที่มุ่งเสริมความแข็งแกร่งของทรัพยากรบุคคลและความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง

 

ตลอดปี พ.ศ. 2561 นี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย จะมุ่งสร้างรากฐานเพื่ออนาคตด้วยโปรแกรมอบรมและพัฒนาบุคลากรเพื่อการประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูง (HVB) โดยพนักงานจากโรงงานแห่งนี้จะได้เข้าร่วมการอบรมซึ่งจะจัดขึ้นที่ประเทศเยอรมนี ภายใต้ความดูแลของผู้เชี่ยวชาญระดับโลกจากบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เพื่อพัฒนาทักษะพิเศษสำหรับการประกอบแบตเตอรี่สุดไฮเทคนี้ โปรแกรมอบรมทักษะพิเศษนี้จะครอบคลุมทั้งความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์และกระบวนการที่ล้ำหน้าต่างๆ เช่น การเชื่อมด้วยเลเซอร์ การเตรียมพื้นผิววัสดุด้วยพลาสมา วิทยาการหุ่นยนต์ และการทดสอบไฟฟ้าแรงสูง โดยก่อนหน้านี้ มีพนักงานจำนวนหนึ่งที่ได้เข้ารับการอบรมภายใต้หลักสูตรนี้ในประเทศเยอรมนี จนสำเร็จหลักสูตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

“หนึ่งในเสาหลักของกลยุทธ์ระดับโลกของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป คือมุ่งสู่การใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายนี้อย่างเต็มที่เช่นกัน” มร. เจฟฟรีย์ กอดิอาโน กรรมการผู้จัดการและประธานบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย กล่าว “หลังจากประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด สำเร็จไปถึง 4 รุ่น ก้าวต่อไปของเราคือการเตรียมความพร้อมสำหรับแบตเตอรี่แรงดันสูง พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำยุคอื่นๆ ภายในปี 2562”

 

นอกจากแบตเตอรี่แรงดันสูงแล้ว บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ยังเปิดตัวนวัตกรรมเทคโนโลยีอีกหลายชนิด เพื่อยกระดับความเชี่ยวชาญ คุณภาพ และความประณีตในสายการผลิต ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการผลิตแบบ Additive Manufacturing หรือการพิมพ์แบบสามมิติ เพื่อการผลิตชิ้นส่วนตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า หรือการนำหุ่นยนต์มาใช้งานในโรงงาน เพื่อพัฒนาระบบสนับสนุนการผลิตที่ยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีเสมือนจริงแบบ 3D และ AR ช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่มีความล้ำสมัยให้แก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิต โดยจะช่วยลดปริมาณงานที่ต้องใช้กำลังมากหรืออาจก่อให้เกิดปัญหาทางสรีระลง ทั้งยังเพิ่มโอกาสให้เจ้าหน้าที่สามารถใช้ทักษะความเชี่ยวชาญของตนให้ถึงขีดสุด

 

ตลอดปี พ.ศ. 2561 นี้ โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย จะสานต่อการลงทุนในด้านทรัพยากรบุคคลอย่างต่อเนื่อง โดย มร. เจฟฟรีย์ กล่าวว่า “ภายใต้การริเริ่มโครงการการศึกษาระบบทวิภาคี ที่มุ่งเน้นการสร้างเสริมความรู้ความสามารถในด้านวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ (Mechatronics) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ และโรงเรียนจิตรลดา (สายวิชาชีพ) เราได้ผสานการศึกษาเทคโนโลยีแห่งอนาคตเข้าไปในหลักสูตรพื้นฐาน เช่น การประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูง เป็นต้น นอกจากการศึกษาเทคโนโลยีสำหรับงานด้านวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ และเทคโนโลยีการควบคุมการทำงานของเครื่องจักรกล (CNC) การออกแบบชิ้นส่วน (CAD) รวมทั้งการผลิต (CAM) โดยใช้คอมพิวเตอร์ เรายังร่วมมือกับบัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย-เยอรมัน (TGGS) เพื่อฝึกสอนการเขียนโปรแกรมสำหรับรถลำเลียงสินค้าอัตโนมัติ (Automated Guide Vehicle) และเทคโนโลยีแบตเตอรี่รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด โดยโครงการเหล่านี้ถือเป็นการเสริมศักยภาพของระเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ของภูมิภาคอาเซียน”

 

ในขณะเดียวกัน โรงงานที่ระยองแห่งนี้ยังคงเดินหน้าสู่เป้าหมายเพื่อความยั่งยืนอย่างไม่หยุดยั้ง หลังจากที่ได้ประสบความสำเร็จในการไม่ทิ้งวัสดุเหลือใช้สู่สิ่งแวดล้อม (Zero waste) ในปี 2559 การนำเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกมาปฏิบัติใช้ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการผลิตพลังงานไว้ใช้เอง ยังช่วยสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนในระยะยาวทั่วพื้นที่โดยรอบของโรงงานอีกด้วย

 

“ปีนี้เป็นอีกปีในการสร้างความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย สปิริตที่แรงกล้าของทีมงานของเราได้ช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพในการผลิต ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และทำให้เราได้รับความไว้วางใจในฐานะหนึ่งในโรงงานที่มีความสามารถในการปรับตัวมากที่สุดในเครือข่ายการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยู ด้วยทักษะ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่ทุกคน เราจึงสามารถมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเหนือระดับ และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าของเรา” มร. เจฟฟรีย์ กล่าว

บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย

ปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา ถือเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญสำหรับบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย เช่นกัน โดยหนึ่งในความสำเร็จอันโดดเด่นในปีที่ผ่านมา คือการเปิดตัว BMW FREEDOM CHOICE บริการผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ที่มาพร้อมการรับประกันมูลค่ารถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในอนาคตตั้งแต่วันแรกของระยะเวลาสัญญา เปิดทางเลือกให้แก่ลูกค้าในการจัดการกับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาสัญญา ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูอย่างสมบูรณ์แบบ หรือการเริ่มต้นสัญญาใหม่สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูคันใหม่

 

“ความร่วมมือทางธุรกิจอันแข็งแกร่งจากทุกหน่วยงานในบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย รวมทั้งเครือข่ายผู้จำหน่ายของเรา เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราสามารถสร้างผลงานอันน่าประทับใจได้ในปีที่ผ่านมา” มร. บียอร์น แอนทอนส์สัน ประธานกรรมการบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทยกล่าว “มูลค่าสินเชื่อในพอร์ตโดยรวมของเรา ถือว่าสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2560 ที่มูลค่า 4.04 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ยอดสินเชื่อลูกค้าใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ก็เพิ่มขึ้นถึง 22% หรือคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 1.25 หมื่นล้านบาทในปีที่ผ่านมา ในปี พ.ศ. 2561 นี้ เรามีความตั้งใจที่จะสานต่อความสำเร็จดังเช่นที่ผ่านมา ด้วยบริการทางการเงินใหม่ ๆ ที่น่าตื่นตาตื่นใจ เช่นเดียวกับการเปิดตัว BMW FREEDOM CHOICE ในปีที่แล้ว”

 

นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังคงสานต่อเจตนารมณ์ในการมอบการเข้าถึงน้ำสะอาดให้แก่คนไทยที่ขาดแคลน ผ่านโครงการแคร์ ฟอร์ วอเตอร์ ภายใต้ความร่วมมือกับผู้แทนจำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการ และองค์กรไม่แสวงหากำไรสัญชาติอเมริกา Waves For Water เป้าหมายหลักของโครงการแคร์ ฟอร์ วอเตอร์ คือการยกระดับคุณภาพชีวิต มอบวิถีชีวิตที่ดีขึ้น และรับมือกับปัญหาสุขภาพต่าง ๆ โดยการมอบการเข้าถึงน้ำสะอาดอย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชนที่ขาดแคลน รวมถึงการส่งเสริมให้ชาวบ้านเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงประโยชน์ของน้ำสะอาด และฝึกฝนชาวบ้านให้มีความเชี่ยวชาญในการติดตั้งและบำรุงรักษาเครื่องกรองน้ำเพื่อการใช้งานในระยะยาว

 

ในปีที่แล้ว บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ได้ร่วมกันส่งมอบเครื่องกรองน้ำกว่า 3,434 ชุด ให้แก่ 38 ชุมชนที่ขาดแคลนน้ำสะอาดในประเทศไทย โดยเครื่องกรองน้ำหนึ่งเครื่องสามารถผลิตน้ำสะอาดสำหรับ 100 คนต่อวัน จึงเท่ากับว่า บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้มอบน้ำสะอาดให้แก่ชาวบ้านแล้วถึง 343,400 คน และอาสาสมัครจากบริษัทฯ ยังได้กลับไปเยี่ยมชุมชนที่ได้รับบริจาคเครื่องกรองน้ำในปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างความมั่นใจว่าชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง

 

“สิ่งเหล่านี้ เป็นข้อพิสูจน์ว่าบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มีความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าไปสู่ความสำเร็จพร้อมกับคนไทย” มร. บียอร์น แอนทอนส์สันกล่าว

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก เราผลิตและจำหน่ายรถยนต์ภายใต้แบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ, โรลส์-รอยซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด โดยมีเครือข่ายการผลิต 31 แห่งใน 14 ประเทศ อีกทั้งยังมีเครือข่ายผู้จำหน่ายและบริการมากกว่า 140 ประเทศทั่วโลก

 

ในปี พ.ศ 2560 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มียอดขายรถยนต์ 2,463,500 ล้านคัน และมอเตอร์ไซค์กว่า 164,000 คันทั่วโลก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มีพนักงานทั้งหมด 124,729 คนทั่วโลก

 

ความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปได้รับการขับเคลื่อนจากพลังแห่งวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี สร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม และให้บริการกับลูกค้าอย่างดีที่สุด นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในทุกผลิตภัณฑ์และในทุกขั้นตอนการผลิตอีกด้วย

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เป็นสาขาของ BMW AG ประเทศเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม2541 ประกอบด้วย สามบริษัท ได้แก่ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการขายและการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ภายใต้แบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยู และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด และบริษัท บีเอ็มดับเบิลยู ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านบริการทางการเงินสำหรับผู้จำหน่ายรถยนต์และลูกค้าบุคคล

 

ในปี 2560 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประสบความสำเร็จเป็นประวัติการณ์ด้วยยอดส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู และมินิ จำนวน 11,030 คัน ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม ปี 2560 ซึ่งสูงขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 39% และถือเป็นยอดขายระดับ 5 หลักครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของบริษัท ด้านบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ก็สร้างสถิติใหม่ด้วยยอดส่งมอบรถมอเตอร์ไซค์ทั้งสิ้น 2,001 คัน โตขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ด้วยสถิติดังกล่าว ทำให้ปี 2560 เป็นปีที่ประสบความสำเร็จที่สุดของทั้งสามแบรนด์ภายใต้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ที่สร้างยอดการเติบโตที่ 43% นับว่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับยอดขายบีเอ็มดับเบิลยูทั่วโลก

 

ในด้านการผลิต โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นเครื่องสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบีเอ็ม ดับเบิลยู กรุ๊ป ที่มีต่อตลาดในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะตลาดประเทศไทย ว่าเป็นตลาดที่สามารถเติบโตได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่ตั้ง ฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง และพนักงานผู้เชี่ยวชาญในด้านยนตรกรรม ทำให้บีเอ็ม ดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการประกอบยนตรกรรมของบีเอ็มดับเบิลยูในภูมิภาคอาเซียนที่ผ่านมานอกจากนี้ โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย มีการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการขยายกระบวนการประกอบภายในโรงงานและเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สืบเนื่องจากการจัดซื้อชิ้นส่วนยานยนต์จากประเทศไทยในแต่ละปีเป็นจำนวนมากเพื่อป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในประเทศและเพื่อส่งออก คิดเป็นมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี บีเอ็มดับเบิลยูจึงจัดตั้งสำนักงานจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์ขึ้นในประเทศไทยด้วย เพื่อจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์จากซัพพลายเออร์ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับเครือข่ายการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยู 31 แห่ง ใน 14 ประเทศทั่วโลก

 

ณ ปี พ.ศ. 2560 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย สามารถประกอบรถยนต์รุ่นต่างๆ ทั้งหมด 17 รุ่น ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 1 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 Gran Turismo บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 บีเอ็มดับเบิลยู X1 บีเอ็มดับเบิลยู X3 บีเอ็มดับเบิลยู X4 และบีเอ็มดับเบิลยู X5 สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู F 800 R บีเอ็มดับเบิลยู F 800 GS บีเอ็มดับเบิลยู F 700 GS บีเอ็มดับเบิลยู R 1200 GS บีเอ็มดับเบิลยู R 1200 GS Adventure บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR และ บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 XR นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทยยังขยายสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด 4 รุ่นในประเทศไทย ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู 330e บีเอ็มดับเบิลยู 530e บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e M Sport และบีเอ็มดับเบิลยู 740Le

 

ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2559 เป็นต้นมา บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทยยังพัฒนาศักยภาพในการประกอบรถยนต์เพื่อรองรับการส่งออกรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู X5 และ บีเอ็มดับเบิลยู X3 สู่ตลาดในประเทศจีนอีกด้วย

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
1-800-269-269

www.bmw.co.th
www.mini.co.th
www.bmw-motorrad.co.th

 

สื่อมวลชนติดต่อ บริษัท คาร์ลบายร์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์
สุธาทิพย์ บุญแสง (08-7685-1695 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 102)
ธรธวัช ทองแนบ (08-3225-4567 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 206)
พิชานัน ทูลกำธรชัย (08-5157-7557 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 101)
sboonsaeng@carlbyoir.com, tthongnab@carlbyoir.com, ptoonkamthornchai@carlbyoir.com