BMW Service Outlet by Amorn Prestige
ข่าวประชาสัมพันธ์ | 2561.05.03

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ผนึกกำลัง อมร เพรสทีจ เปิดตัว BMW Service Outlet ศูนย์บริการหลังการขายของบีเอ็มดับเบิลยูแห่งแรกในประเทศไทย

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย นำโดย มร. คริสเตียน วิดมานน์ (ที่ 2 จากซ้าย) ประธาน และอมร เพรสทีจ นำโดยคุณวรรณภา ตั้งบรรยงค์ กรรมการผู้จัดการ (ที่ 3 จากซ้าย) ร่วมเปิดตัว BMW Service Outlet ศูนย์บริการหลังการขายของบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการแห่งแรกของประเทศ โดยมี มร. ลาร์ส นีลเซ่น (ที่ 5 จากซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย มร.ซีซาร์ บาดิลย่า (ที่ 4 จากซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายบริการหลังการขาย บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย คุณสุรัตน์ มณีรัตนะพร (ขวาสุด) ผู้อำนวยการฝ่ายขาย และคุณพิทวัส ดวงใจเอก (ซ้ายสุด) ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อมร เพรสทีจ จำกัด เข้าร่วม

 

กรุงเทพฯ. บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ร่วมกับ อมร เพรสทีจ ผู้จำหน่ายรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการ ต่อยอดประสบการณ์ยนตรกรรมเหนือระดับให้แก่ลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัว BMW Service Outlet ศูนย์บริการหลังการขายของบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการแห่งแรกของประเทศ เสริมความแข็งแกร่งด้านการบริการอย่างครบวงจรด้วยมาตรฐานระดับโลกของบีเอ็มดับเบิลยู พร้อมมอบที่สุดแห่งความสะดวกสบายด้วยศักยภาพในการบริการ ความเป็นมืออาชีพ และเทคโนโลยีล้ำสมัย มุ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างสมบูรณ์แบบ

 

มร. คริสเตียน วิดมานน์ ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “นับเป็นอีกก้าวที่สำคัญของบีเอ็มดับเบิลยูในประเทศไทย ในการมอบบริการที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้าในประเทศไทย ความร่วมมือกับอมร เพรสทีจ ในการมอบประสบการณ์บริการระดับพรีเมียมนี้ ช่วยสานต่อความสำเร็จในการก้าวสู่การเป็นผู้นำในด้านบริการหลังการขายและสร้างความพึงพอใจที่เหนือความคาดหมายให้แก่ลูกค้าของบีเอ็มดับเบิลยู ภายใต้วิสัยทัศน์และเป้าหมายที่สอดคล้องกับบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย”

 

คุณวรรณภา ตั้งบรรยงค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมร เพรสทีจ จำกัด กล่าวว่า “จุดเด่นของ BMW Service Outlet โดยอมร เพรสทีจ ไม่ใช่เพียงแค่การเป็นศูนย์บริการหลังการขายของบีเอ็มดับเบิลยูแห่งแรกในประเทศไทยเท่านั้น แต่การบริการที่เรานำเสนอให้แก่ลูกค้า ยังโดดเด่นด้วยความหลากหลายและความสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นการบริการ Online Booking ให้ลูกค้าสามารถทำการนัดหมายบริการล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์ www.bmw.co.th ได้อย่างสะดวกสบายและรวดเร็ว หรือการรองรับบริการนัดหมายอัตโนมัติผ่าน BMW Teleservices หนึ่งในฟีเจอร์พื้นฐานของ BMW ConnectedDrive ที่สามารถแชร์ข้อมูลของรถยนต์กับศูนย์บริการได้อย่างทันสมัยและง่ายดาย รวมทั้งความรวดเร็วจากการบริการ Fastlane ที่ใช้เวลาในการตรวจซ่อมบำรุงรถยนต์จากช่างผู้ชำนาญการเพียงแค่ 90 นาที ให้ลูกค้าสามารถรอรับรถระหว่างที่เพลิดเพลินไปกับบริการอาหารและเครื่องดื่มในเลานจ์รับรองลูกค้าของเรา”

 

ศูนย์บริการหลังการขาย BMW Service Outlet โดยอมร เพรสทีจ ตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษก ไม่ไกลจากโชว์รูมบีเอ็มดับเบิลยู อมร เพรสทีจ ครอบคลุมพื้นที่ 1,171 ตารางเมตร ด้วยงบประมาณการลงทุนกว่า 33 ล้านบาท สามารถรองรับรถยนต์ได้สูงสุด 25 คันต่อวัน มีเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการพร้อมให้บริการกว่า 20 คน ที่สามารถมอบบริการที่ตรงตามมาตรฐานระดับโลกของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในทุกด้านให้แก่ลูกค้า ตัวอาคารและพื้นที่ซ่อมบำรุงได้รับการออกแบบเพื่อยกระดับประสบการณ์ที่มีต่อแบรนด์ให้กับลูกค้า ด้วย 4 ช่องซ่อม และ 2 ช่องสำหรับบริการ Fastlane รวมทั้งจุดตรวจสอบสภาพรถยนต์ ที่อยู่ในห้องกระจกปรับอากาศ จึงทำให้ลูกค้าสามารถชมและมีส่วนร่วมในการตรวจสอบรถยนต์ของตนได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังสามารถรองรับบริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริดจากอุปกรณ์ บีเอ็มดับเบิลยู ไอ วอลล์บ็อกซ์ เพียว (BMW i Wallbox Pure) ได้ถึง 2 ช่องจอด

 

“อมร เพรสทีจ เล็งเห็นถึงความต้องการของเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูที่มองหาความสะดวกสบายและความรวดเร็วในด้านการบริการหลังการขาย ซึ่งเราเน้นย้ำความรวดเร็วและความเพียบพร้อมของการให้บริการเป็นสำคัญ โดยเรายังได้มุ่งเน้นการจัดกิจกรรมไลฟ์สไตล์สุดเอ็กซ์คลูซีฟต่างๆ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวอมร เพรสทีจ ควบคู่ไปกับการให้บริการด้านยนตรกรรม ไม่ว่าจะเป็นการจัดทริปท่องเที่ยว ชมละครเวที หรือเวิร์คช็อปกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย เป็นการตอกย้ำว่าหัวใจสำคัญของอมร เพรสทีจ คือการเอาใจใส่และให้บริการลูกค้าอย่างดีที่สุด” คุณวรรณภากล่าว

 

นอกจากนี้ ศูนย์บริการหลังการขาย BMW Service Outlet โดยอมร เพรสทีจ ยังมีโซนจัดแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และโซนรับรองลูกค้า ซึ่งได้รับการจัดวางและออกแบบในดีไซน์ที่แตกต่างจากโชว์รูมบีเอ็มดับเบิลยูที่ผ่านมา โดยคำนึงถึงความสะดวกสบายสูงสุดของลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญ เช่น การใช้วัสดุหินอ่อนสีขาว การจัดวางแสงไฟที่รับกับเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นได้เป็นอย่างดี เพื่อสร้างความผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์แบบให้แก่ลูกค้าเข้ามาใช้บริการ

 

BMW Service Outlet โดยอมร เพรสทีจ ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 60 ซอยเฉลิมสุข ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10900 โทร 02-513-2232

Read more
BMW Service Outlet by Amorn Prestige

 

ในภาพจากซ้าย
1. มร. ลาร์ส นีลเซ่น ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย
2. มร. ซีซาร์ บาดิลย่า ผู้อำนวยการฝ่ายบริการหลังการขาย บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
3. คุณวรรณภา ตั้งบรรยงค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมร เพรสทีจ จำกัด
4. มร. คริสเตียน วิดมานน์ ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
5. คุณกฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

BMW Service Outlet by Amorn Prestige
BMW Service Outlet by Amorn Prestige
BMW Service Outlet by Amorn Prestige

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก เราผลิตและจำหน่ายรถยนต์ภายใต้แบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ, โรลส์-รอยซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด โดยมีเครือข่ายการผลิต 31 แห่งใน 14 ประเทศ อีกทั้งยังมีเครือข่ายผู้จำหน่ายและบริการมากกว่า 140 ประเทศทั่วโลก

 

ในปี พ.ศ 2560 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มียอดขายรถยนต์ 2,463,500 ล้านคัน และมอเตอร์ไซค์กว่า 164,000 คันทั่วโลก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มีพนักงานทั้งหมด 124,729 คนทั่วโลก

 

ความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปได้รับการขับเคลื่อนจากพลังแห่งวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี สร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม และให้บริการกับลูกค้าอย่างดีที่สุด นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในทุกผลิตภัณฑ์และในทุกขั้นตอนการผลิตอีกด้วย

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เป็นสาขาของ BMW AG ประเทศเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2541 ประกอบด้วย สามบริษัท ได้แก่ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการขายและการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ภายใต้แบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยู และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด และบริษัท บีเอ็มดับเบิลยู ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านบริการทางการเงินสำหรับผู้จำหน่ายรถยนต์และลูกค้าบุคคล

 

ในปี 2560 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประสบความสำเร็จเป็นประวัติการณ์ด้วยยอดส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู และมินิ จำนวน 11,030 คัน ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม ปี 2560 ซึ่งสูงขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 39% และถือเป็นยอดขายระดับ 5 หลักครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของบริษัท ด้านบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ก็สร้างสถิติใหม่ด้วยยอดส่งมอบรถมอเตอร์ไซค์ทั้งสิ้น 2,001 คัน โตขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ด้วยสถิติดังกล่าว ทำให้ปี 2560 เป็นปีที่ประสบความสำเร็จที่สุดของทั้งสามแบรนด์ภายใต้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ที่สร้างยอดการเติบโตที่ 43% นับว่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับยอดขายบีเอ็มดับเบิลยูทั่วโลก

 

ในด้านการผลิต โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นเครื่องสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบีเอ็ม ดับเบิลยู กรุ๊ป ที่มีต่อตลาดในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะตลาดประเทศไทย ว่าเป็นตลาดที่สามารถเติบโตได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่ตั้ง ฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง และพนักงานผู้เชี่ยวชาญในด้านยนตรกรรม ทำให้บีเอ็ม ดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการประกอบยนตรกรรมของบีเอ็มดับเบิลยูในภูมิภาคอาเซียนที่ผ่านมานอกจากนี้ โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย มีการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการขยายกระบวนการประกอบภายในโรงงานและเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สืบเนื่องจากการจัดซื้อชิ้นส่วนยานยนต์จากประเทศไทยในแต่ละปีเป็นจำนวนมากเพื่อป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในประเทศและเพื่อส่งออก คิดเป็นมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี บีเอ็มดับเบิลยูจึงจัดตั้งสำนักงานจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์ขึ้นในประเทศไทยด้วย เพื่อจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์จากซัพพลายเออร์ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับเครือข่ายการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยู 31 แห่ง ใน 14 ประเทศทั่วโลก

 

ณ ปี พ.ศ. 2560 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย สามารถประกอบรถยนต์รุ่นต่างๆ ทั้งหมด 17 รุ่น ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 1 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 Gran Turismo บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 บีเอ็มดับเบิลยู X1 บีเอ็มดับเบิลยู X3 บีเอ็มดับเบิลยู X4 และบีเอ็มดับเบิลยู X5 สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู F 800 R บีเอ็มดับเบิลยู F 800 GS บีเอ็มดับเบิลยู F 700 GS บีเอ็มดับเบิลยู R 1200 GS บีเอ็มดับเบิลยู R 1200 GS Adventure บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR และ บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 XR นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทยยังขยายสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด 4 รุ่นในประเทศไทย ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู 330e บีเอ็มดับเบิลยู 530e บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e M Sport และบีเอ็มดับเบิลยู 740Le

 

ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2559 เป็นต้นมา บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทยยังพัฒนาศักยภาพในการประกอบรถยนต์เพื่อรองรับการส่งออกรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู X5 และ บีเอ็มดับเบิลยู X3 สู่ตลาดในประเทศจีนอีกด้วย

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
1-800-269-269

www.bmw.co.th
www.mini.co.th
www.bmw-motorrad.co.th

 

สื่อมวลชนติดต่อ บริษัท คาร์ลบายร์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์
สุธาทิพย์ บุญแสง (08-7685-1695 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 102)
ธรธวัช ทองแนบ (08-3225-4567 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 206)
พิชานัน ทูลกำธรชัย (08-5157-7557 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 101)
นลินุตม์ ศิริสมบัติ (08-6977-7881 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 155)
sboonsaeng@carlbyoir.com, tthongnab@carlbyoir.com, ptoonkamthornchai@carlbyoir.com, nsirisombut@carlbyoir.com

Read more