ข่าวประชาสัมพันธ์ | 2560.07.27

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เสริมแกร่งผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู i3 รุ่นแบตเตอรี่ 94 แอมป์ชั่วโมง ให้แก่สถาบันยานยนต์

บรรยายภาพ - นายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม (ที่ 3 จากซ้าย) รับมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู i3 รุ่นแบตเตอรี่ 94 แอมป์ชั่วโมง จากบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย นำโดยนายกฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร (ที่ 4 จากซ้าย) เพื่อใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และสถาบันยานยนต์ ภายใต้โครงการ “ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า”

ในภาพ (จากซ้ายไปขวา)
1. ดร. ปราจิน เอี่ยมลำเนา กรรมการ สถาบันยานยนต์ และประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
2. ดร. อรรถวิท เตชะวิบูลย์วงศ์ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
3. คุณสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
4. คุณกฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
5. คุณขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด
6. คุณวิสิษฐ์ ดุษฎีประเวศน์ ผู้จัดการขายลูกค้ากลุ่มองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย

สมุทรปราการ. เมื่อเร็วๆ นี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำแห่งเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าด้วยการส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู i3 รุ่นแบตเตอรี่ 94 แอมป์ชั่วโมง ให้แก่สถาบันยานยนต์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยการส่งมอบรถยนต์ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และสถาบันยานยนต์ ภายใต้โครงการ “ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า” ซึ่งถือเป็นอีกก้าวของนวัตกรรมยานยนต์แห่งความยั่งยืนในประเทศไทย

คุณกฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “หนึ่งในความมุ่งมั่นของเราคือการสร้างสรรค์และพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยนวัตกรรมและการออกแบบที่ทันสมัย และเพื่อต่อยอดการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าในไทย บีเอ็มดับเบิลยูได้ร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชน ในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง

เราจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับสถาบันยานยนต์ ภายใต้โครงการ “ศูนย์การเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า” ในภารกิจที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตอันยั่งยืน”

รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู i3 (รุ่นแบตเตอรี่ 94 แอมป์ชั่วโมง) มีความจุแบตเตอรี่ที่ 33 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ด้วยความสามารถในการกักเก็บพลังงานในเซลล์ลิเธียมไออนที่มากขึ้น โดยมิติของแบตเตอรี่ยังคงมีขนาดเท่าเดิม แต่สามารถขับได้ในระยะทางเพิ่มขึ้นกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ตามมาตรฐาน NEDC (New European Driving Cycle) หรือกว่า 300 กิโลเมตร จากเดิม 190 กิโลเมตร เมื่อขับขี่ในชีวิตประจำวัน หรือท่ามกลางสภาพอากาศอันแปรปรวน หรือการใช้งานพร้อมเครื่องปรับอากาศหรือฮีทเตอร์ บีเอ็มดับเบิลยู i3 ยังคงสามารถทำระยะทางได้กว่า 200 กิโลเมตร ด้วยแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็มหนึ่งรอบ มอเตอร์ไฟฟ้า hybrid synchronous ส่งพลังที่ 125 กิโลวัตต์ / 170 แรงม้า ให้อัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรภายใน 7.3 วินาที บีเอ็มดับเบิลยู i3 จึงเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่สปอร์ตและเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพที่สุดในเซกเมนต์รถพรีเมียมคอมแพ็ค พร้อมอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าที่ 12.6 กิโลวัตต์ / 100 กิโลเมตร (NEDC) เมื่อทำงานร่วมกับ Range Extender เครื่องยนต์เบนซินสองสูบจะส่งกำลังให้ระดับชาร์จแบตเตอรี่คงที่แม้ในขณะขับขี่ จึงสามารถทำระยะทางเพิ่มเติมได้อีกกว่า 150 กิโลเมตร

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก เราผลิตและจำหน่ายรถยนต์ภายใต้แบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ, โรลส์-รอยซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด โดยมีเครือข่ายการผลิต 31 แห่งใน 14 ประเทศ อีกทั้งยังมีเครือข่ายผู้จำหน่ายและบริการมากกว่า 140 ประเทศทั่วโลก

ในปีพ.ศ. 2559 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มียอดขายรถยนต์ 2.367 ล้านคัน และมอเตอร์ไซค์กว่า 145,000 คันทั่วโลก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มีพนักงานทั้งหมด 122,244 คนทั่วโลก

ความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปได้รับการขับเคลื่อนจากพลังแห่งวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี สร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม และให้บริการกับลูกค้าอย่างดีที่สุด นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน โดยการคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในทุกผลิตภัณฑ์และในทุกขั้นตอนการผลิตอีกด้วย

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เป็นสาขาของ BMW AG ประเทศเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2541 โดยประกอบไปด้วยสามบริษัท ได้แก่ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการขายและการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ภายใต้แบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด และบริษัท บีเอ็มดับเบิลยู ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านบริการทางการเงินสำหรับผู้จำหน่ายรถยนต์และลูกค้าบุคคล

ในปี 2559 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องด้วยยอดส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู และมินิ จำนวน 7,923 คัน และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดได้สร้างสถิติใหม่ด้วยยอดขาย 1,819 คัน

ในปี 2560 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เริ่มต้นศักราชใหม่ด้วยยอดขายในเดือนมกราคมซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ด้วยยอดรวมจากบีเอ็มดับเบิลยู และมินิ 745 คัน ซึ่งเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 22% ในขณะที่ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย มียอดขายเติบโตขึ้น 22% ในเดือนมกราคม 2560 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สร้างสถิติประสบความสำเร็จในฐานะตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดเป็นอันดับที่สามของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ทั่วโลก

ในด้านการผลิต โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นเครื่องสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่มีต่อตลาดในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะตลาดประเทศไทย ว่าเป็นตลาดที่สามารถเติบโตได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่ตั้ง ฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง และพนักงานผู้เชี่ยวชาญในด้านยนตรกรรม ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการประกอบยนตรกรรมของบีเอ็มดับเบิลยูในภูมิภาคอาเซียนที่ผ่านมา มีการลงทุนทั้งสิ้นกว่า 4.6 พันล้านบาท เพื่อรองรับการขยายกระบวนการประกอบภายในโรงงานและเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สืบเนื่องจากการจัดซื้อชิ้นส่วนยานยนต์จากประเทศไทยในแต่ละปีเป็นจำนวนมากเพื่อป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในประเทศและเพื่อส่งออก คิดเป็นมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี บีเอ็มดับเบิลยูจึงจัดตั้งสำนักงานจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์ขึ้นในประเทศไทยด้วย เพื่อจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์จากซัพพลายเออร์ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับเครือข่ายการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยู 31 แห่ง ใน 14 ประเทศทั่วโลก

ณ ปี พ.ศ. 2559 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย สามารถประกอบรถยนต์รุ่นต่างๆ ทั้งหมด 19 รุ่น ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 1, บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3, บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 Gran Turismo, บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5, บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7, บีเอ็มดับเบิลยู X1, บีเอ็มดับเบิลยู X3, บีเอ็มดับเบิลยู X4, บีเอ็มดับเบิลยู X5 และ มินิ คันทรีแมน สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู F 800 R, บีเอ็มดับเบิลยู F 800 GS, บีเอ็มดับเบิลยู F 700 GS, บีเอ็มดับเบิลยู R 1200 GS, บีเอ็มดับเบิลยู R 1200 GS Adventure, บีเอ็มดับเบิลยู F 800 GT, บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR และ บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 XR นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทยยังขยายสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด 2 รุ่นในประเทศไทย ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู 330e และบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e M Sport

ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2559 เป็นต้นมา บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทยยังพัฒนาศักยภาพในการประกอบรถยนต์เพื่อรองรับการส่งออกรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู X5 และ บีเอ็มดับเบิลยู X3 สู่ตลาดในประเทศจีนอีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
1-800-269-269
www.bmw.co.th
www.mini.co.th
www.bmw-motorrad.co.th

สื่อมวลชนติดต่อ
บริษัท คาร์ลบายร์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์
สุธาทิพย์ บุญแสง (08-7685-1695 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 102)
ธรธวัช ทองแนบ (08-3225-4567 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 206)
ปวริศา ธนวจีรัณ (08-6564-4726 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 155)
sboonsaeng@carlbyoir.com, tthongnab@carlbyoir.com, pthanawajeran@carlbyoir.com