ข่าวประชาสัมพันธ์ | 2560.06.27

บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เผยโฉมบีเอ็มดับเบิลยู R NINET URBAN G/S พร้อมประกาศการแข่งขัน GS TROPHY SOUTHEAST ASIA QUALIFIER 2017

จากซ้าย


1. คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ
บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
2. คุณจตุพร ขันมณี รองประธานบริหาร บริษัท ยานยนต์ สแควร์ กรุ๊ป จำกัด
3. คุณชไมพร ปภัสร์พงษ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท สื่อสากล จำกัด
4. คุณขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด
5. มร. มาร์คุส เกลเซอร์ ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย
6. คุณกฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

กรุงเทพฯ. บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย เผยโฉมบีเอ็มดับเบิลยู R nineT Urban G/S มอเตอร์ไซค์โรดสเตอร์ที่ผสมผสานดีไซน์ของมอเตอร์ไซค์สุดคลาสสิคเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยและความเชี่ยวชาญอันซับซ้อน ในงานเปิดตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ The House on Sathorn โรงแรม W กรุงเทพฯ พร้อมประกาศการแข่งขันรอบคัดเลือก GS Trophy Southeast Asia Qualifier 2017 ใน การเฟ้นหาสุดยอดนักบิดเอ็นดูโร่จากทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อร่วมชิงชัยในการแข่งขัน International GS Trophy 2018 ที่ประเทศมองโกเลีย

 

มร. มาร์คุส เกลเซอร์ ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Urban G/S เป็นโมเดลที่มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์แต่ยังคงคาแรคเตอร์ที่เราคุ้นเคย นับเป็นส่วนผสมระหว่างเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดและลุคสุดคลาสสิคที่สมบูรณ์แบบ จึงสืบทอดเจตนารมณ์ของมอเตอร์ไซค์ GS รุ่นก่อนหน้า โดยยังสามารถรักษาจิตวิญญาณออฟโรดจากอดีต และให้ความสำคัญอย่างไม่แพ้กันต่อปัจจุบันด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยไว้ในตัว”

 

“บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ยังมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการประกาศการแข่งขัน GS Trophy Southeast Asia Qualifier 2017 โดยการแข่งขันรอบคัดเลือกนี้จะค้นหาสุดยอดนักบิดจากไทยเพียงหนึ่งเดียว เพื่อเข้าร่วมทีมตัวแทนจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปแข่งขันในรายการ International GS Trophy 2018 ที่ประเทศมองโกเลีย ซึ่งนอกจากจะเป็นการประชันความเร็วแล้ว การแข่งขันมอเตอร์ไซค์ระดับสูงนี้ยังเป็นบททดสอบในด้านทักษะการขับขี่ ทีมเวิร์ค และความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจอีกด้วย”

 

International GS Trophy เป็นการแข่งขันมอเตอร์ไซค์เอ็นดูโร่ระดับโลกซึงจัดขึ้น 2 ปีครั้ง โดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องเอาชนะบททดสอบที่หลากหลายด้วยมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู GS ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในสภาพพื้นผิวอันท้าทายหรือทักษะการทำงานเป็นทีม โดยการแข่งขันรอบคัดเลือกระดับภูมิภาคตลอดทั้งปี 2017 จะนำทางไปสู่การแข่งขันระดับนานาชาติใน International GS Trophy 2018 สำหรับในประเทศไทยนั้น การแข่งขัน GS Trophy Qualifier 2017 รอบคัดเลือก จะจัดขึ้นในวันที่ 1-2 กันยายน พ.ศ. 2560 ณ คีรีมายา รีสอร์ท เขาใหญ่ โดยรับสมัครสิงห์นักบิด GS เพียง 100 คน เพื่อคัดเลือกตัวแทนจากประเทศไทยเพียง 1 คน ไปเข้าร่วมทีมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการแข่งขัน International GS Trophy 2018 ที่ประเทศมองโกเลีย พร้อมเตรียมสัมผัสภูมิประเทศตระการตาและหลากหลายบททดสอบเอ็นดูโร่แสนท้าทาย

 

ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครผ่านทางออนไลน์ได้ที่ www.bmwmotorrad.co.th/gstrophy2017 หรือผ่านทาง Line ที่ @gstrophysea2017 หรือที่เบอร์โทร 097-202-7239 วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์

 

บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Urban G/S: โรดสเตอร์สุดประณีตที่มาพร้อมกับบุคลิกเฉพาะตัว สร้างการขับขี่แบบบ๊อกเซอร์ ภายใต้รูปลักษณ์เอ็นดูโร่คลาสสิค

 

บีเอ็มดับเบิลยู R nineT ที่เปิดตัวโดยบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ไปในปี 2013 เป็นมากกว่าโรดสเตอร์ที่ออกแบบตามมอเตอร์ไซค์รุ่นคลาสสิค โดยบีเอ็มดับเบิลยู R nineT ได้ผสมผสานดีไซน์สุดคลาสสิคของมอเตอร์ไซค์เข้าไว้กับเทคโนโลยีอันทันสมัย ที่รังสรรค์ผ่านความเชี่ยวชาญอันซับซ้อนมาตั้งแต่เริ่มแรก

 

บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Urban G/S โดดเด่นด้วยสไตล์ที่แตกต่าง แต่ยังคงเอกลักษณ์สุดคลาสสิคได้อย่างทัดเทียม ด้วยระยะเวลามากกว่า 35 ปี ที่อักษรย่อ GS กับชื่อบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด สื่อความหมายเทียบ เท่ากับความรู้สึกของอิสรภาพ และความหลงใหลในการผจญภัยด้วยรถมอเตอร์ไซค์ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บน ท้องถนนหรือการขับขี่ออฟโรด ยิ่งไปกว่านั้น บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Urban G/S ยังได้ดึงเอารหัสพันธุกรรมของบีเอ็มดับเบิลยู R 80 G/S รุ่นแรกในตำนานจากยุค 80 พร้อมปรับแต่งให้เข้ากับยุคสมัยด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน ภายใต้รูปลักษณ์เอ็นดูโร่สุดคลาสสิคของมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยูที่มาคู่กับเครื่องยนต์บ๊อกเซอร์



บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Urban G/S มาพร้อมกับเครื่องยนต์บ๊อกเซอร์ ระบายความร้อนด้วยอากาศและน้ำมัน ขนาดเครื่องยนต์ความจุ 1,170 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 81 กิโลวัตต์หรือ 110 แรงม้า สั่งงานด้วยเกียร์ 6 สปีด โดยถูกออกแบบให้ลดอัตราการปล่อยมลภาวะตามเกณฑ์ EU4 pollutant class ระบบไอเสียสแตนเลสมาพร้อมกับท่อไอเสียที่วางตำแหน่งไว้ด้านซ้าย สะท้อนสไตล์คลาสสิคอันคุ้นตา


รังสรรค์มาเพื่อความสนุกในการขับขี่


บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Urban G/S มาพร้อมกับล้อแบบซี่ลวด ล้อหน้าขนาดใหญ่กว่า 19 นิ้ว และยางออฟโร้ด 120/70 ZR 19 ตอบโจทย์ลุคสไตล์เอ็นดูโร่ที่เป็นที่รู้จักกันดีของมอเตอร์ไซค์รุ่นคลาสสิค เข้าคู่อย่างสมบูรณ์แบบกับล้อหลัง 17 นิ้ว พร้อมยาง 170/60 ZR 17 มอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยูบ๊อกเซอร์รุ่นนี้ ยังมาพร้อมกับออปชั่นยางออฟโรดดอกลึก (รุ่นมาตรฐาน: ยางถนน) รวมไปถึงล้อซี่ลวด (filigree wired-spoke wheels) ที่ช่วยยกระดับสไตล์อันคลาสสิคให้เด่นชัดยิ่งขึ้น


ด้วยคาลิเปอร์ 4 ลูกสูบ สายเบรกหุ้มโลหะ และดิสเบรกที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 320 มิลลิเมตร จึงทำให้ระบบเบรก ABS ประสิทธิภาพสูงทำการลดความเร็วได้อย่างดีเยี่ยมและมั่นคง


สามเหลี่ยมแห่งสรีรศาสตร์จาก Urban G/S ช่วยให้ผู้ขี่รู้สึกคล่องตัว เสริมความมั่นใจบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็น แฮนด์ที่ยกสูงขึ้นเล็กน้อย พื้นผิวที่นั่งที่ยาวและลึกขึ้น ที่พักเท้าหลังที่มีขนาดกว้างขึ้น ล้วนส่งผลให้เกิด ประสบการณ์การขับขี่ที่ผ่อนคลายและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจยิ่งกว่า ด้านความสูงมาตรฐานของที่นั่ง ประจำซีรีส์นี้อยู่ที่ 850 มม.

R nineT Urban G/S: สีสันและสไตล์ดั้งเดิมตามแบบฉบับบีเอ็มดับเบิลยู R 80 G/S รุ่นแรก

 

R nineT Urban G/S มีรูปลักษณ์ที่ถอดแบบมาจากมอเตอร์ไซค์รุ่นพี่ ทั้งยังคงคอนเซ็ปต์โทนสีเอาไว้โดยไม่ได้ปรับเปลี่ยนแต่อย่างใด เช่นเดียวกับเมื่อ 35 ปีที่แล้ว ถังน้ำมันและบังโคลนด้านหน้ายังมาใน สีขาว Lightwhite non-metallic อันโดดเด่น เข้าคู่กับหน้ากากไฟหน้า ที่ออกแบบมาตามสไตล์มอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู GS ของ ยุคนั้น R nineT Urban G/S ยังมาพร้อมกับการตกแต่งแบบดั้งเดิม ด้วยสองโทนสีน้ำเงินบนถังน้ำมัน และที่นั่งสำหรับสองคนสีแดงสว่าง ซึ่งเป็นการตีความคู่สีที่สื่อถึงบีเอ็มดับเบิลยูมอเตอร์สปอร์ตในปีก่อนๆ นอกจากนั้นเฟรมสีดำยังสะท้อนภาพในอดีตได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

 

แผงหน้าปัดถูกออกแบบให้เข้ากับหน้ากากไฟหน้าอย่างกลมกลืน ประกอบด้วยมาตรวัดความเร็วทรงกลมแบบอนาล็อก ไฟสัญลักษณ์ และหน้าจอ LCD สองแถว รายละเอียดหรูหรายังเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ R nineT Urban G/S ที่รวมไปถึงอะไหล่อลูมิเนียมต่างๆ เช่น fork bridge แคลมป์จับแฮนด์อลูมิเนียม และอื่นๆ อีกมากมาย

 

ความเฉพาะตัวที่แทบไร้ขีดจำกัด

 

ไม่ว่าคุณจะต้องการลุคแบบออฟโรดหรือความรู้สึกแบบย้อนยุค R nineT Urban G/S สามารถนำเสนอความเป็นไปได้อย่างแทบไม่มีที่สิ้นสุด โดยสามารถนำอานหลังออกเพื่อปรับแต่งให้เหลือเพียงที่นั่งเดียว ทั้งยังมีชุดแต่งออริจินัลจากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ที่คัดสรรมาให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นแครชบาร์ กันล้มป้องกันเครื่องยนต์ และกระจังครอบไฟหน้า

 

BMW R nineT Urban G/S พร้อมจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคา 975,000 บาท ณ ผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดทั่วประเทศ

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก เราผลิตและจำหน่ายรถยนต์ภายใต้แบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ, โรลส์-รอยซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด โดยมีเครือข่ายการผลิต 31 แห่งใน 14 ประเทศ อีกทั้งยังมีเครือข่ายผู้จำหน่ายและบริการมากกว่า 140 ประเทศทั่วโลก

 

ในปีพ.ศ. 2559 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มียอดขายรถยนต์ 2.367 ล้านคัน และมอเตอร์ไซค์กว่า 145,000 คันทั่วโลก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มีพนักงานทั้งหมด 122,244 คนทั่วโลก

 

ความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปได้รับการขับเคลื่อนจากพลังแห่งวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี สร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม และให้บริการกับลูกค้าอย่างดีที่สุด นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน โดยการคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในทุกผลิตภัณฑ์และในทุกขั้นตอนการผลิตอีกด้วย

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เป็นสาขาของ BMW AG ประเทศเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2541 โดยประกอบไปด้วยสามบริษัท ได้แก่ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการขายและการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ภายใต้แบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด และบริษัท บีเอ็มดับเบิลยู ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านบริการทางการเงินสำหรับผู้จำหน่ายรถยนต์และลูกค้าบุคคล

 

ในปี 2559 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องด้วยยอดส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู และมินิ จำนวน 7,923 คัน และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดได้สร้างสถิติใหม่ด้วยยอดขาย 1,819 คัน

 

ในปี 2560 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เริ่มต้นศักราชใหม่ด้วยยอดขายในเดือนมกราคมซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ด้วยยอดรวมจากบีเอ็มดับเบิลยู และมินิ 745 คัน ซึ่งเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 22% ในขณะที่ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด


ประเทศไทย มียอดขายเติบโตขึ้น 22% ในเดือนมกราคม 2560 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สร้างสถิติประสบความสำเร็จในฐานะตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดเป็นอันดับที่สามของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ทั่วโลก

 

ในด้านการผลิต โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นเครื่องสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบีเอ็ม ดับเบิลยู กรุ๊ป ที่มีต่อตลาดในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะตลาดประเทศไทย ว่าเป็นตลาดที่สามารถเติบโตได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่ตั้ง ฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง และพนักงานผู้เชี่ยวชาญในด้านยนตรกรรม ทำให้บีเอ็ม ดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการประกอบยนตรกรรมของบีเอ็มดับเบิลยูในภูมิภาคอาเซียน ที่ผ่านมา มีการลงทุนทั้งสิ้นกว่า 4.6 พันล้านบาท เพื่อรองรับการขยายกระบวนการประกอบภายในโรงงานและเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สืบเนื่องจากการจัดซื้อชิ้นส่วนยานยนต์จากประเทศไทยในแต่ละปีเป็นจำนวนมากเพื่อป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในประเทศและเพื่อส่งออก คิดเป็นมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี บีเอ็มดับเบิลยูจึงจัดตั้งสำนักงานจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์ขึ้นในประเทศไทยด้วย เพื่อจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์จากซัพพลายเออร์ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับเครือข่ายการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยู 31 แห่ง ใน 14 ประเทศทั่วโลก

 

ณ ปี พ.ศ. 2559 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย สามารถประกอบรถยนต์รุ่นต่างๆ ทั้งหมด 19 รุ่น ได้แก่  บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 1, บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3, บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 Gran Turismo, บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5, บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7, บีเอ็มดับเบิลยู X1, บีเอ็มดับเบิลยู X3, บีเอ็มดับเบิลยู X4, บีเอ็มดับเบิลยู X5 และ มินิ คันทรีแมน สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู F 800 R, บีเอ็มดับเบิลยู F 800 GS, บีเอ็มดับเบิลยู F 700 GS, บีเอ็มดับเบิลยู R 1200 GS, บีเอ็มดับเบิลยู R 1200 GS Adventure, บีเอ็มดับเบิลยู F 800 GT, บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR และ บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 XR นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทยยังขยายสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด 2 รุ่นในประเทศไทย ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู 330e และบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e M Sport

 

ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2559 เป็นต้นมา บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทยยังพัฒนาศักยภาพในการประกอบรถยนต์เพื่อรองรับการส่งออกรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู X5 และ บีเอ็มดับเบิลยู X3 สู่ตลาดในประเทศจีนอีกด้วย

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย


1-800-269-269


www.bmw.co.th
www.mini.co.th
www.bmw-motorrad.co.th

 

สื่อมวลชนติดต่อ บริษัท คาร์ลบายร์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์

สุธาทิพย์ บุญแสง (08-7685-1695 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 102)
ธรธวัช ทองแนบ (08-3225-4567 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 206)
สวรส ถวิลวงศ์รักษ์ (08-9888-9799 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 223)
sboonsaeng@carlbyoir.com, tthongnab@carlbyoir.com, sthawinwongrak@carlbyoir.com