Highlight | 2564.01.01

THE NEW BMW 5 SERIES. CHANGE THE WAY YOU LEAD. LEAD THE WAY YOU CHANGE.

BMW 5 Series ใหม่ เป็นการปรับโฉม LCI ที่ยิ่งใหญ่ เพราะ ในอดีตที่ผ่านมา เมื่อใดก็ตามที่เป็นวาระของรุ่น LCI: Life Cycle Impulse หรือรุ่นปรับโฉมกลางอายุตลาดของ BMW แฟนพันธุ์แท้ของค่ายใบพัดฟ้าขาวเท่านั้นที่จะสามารถแยกรถรุ่น LCI ออกจากรุ่นดั้งเดิมได้ในปราดเดียวขณะที่ BMW คันนั้นแล่นผ่านพวกเขาไป เพราะการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่มักจะมุ่งเน้นไปที่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ กระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งคัน คนส่วนใหญ่จึงมักจะรู้สึกว่ามันเป็น BMW รุ่นเดียวกันที่สวยและทันสมัยขึ้น แต่ก็บอกออกมาเป็นคำพูดไม่ได้เหมือนกันว่ามันต่างจากคันที่พวกเขาเคยเห็นเมื่อ 2-3 ปีก่อนตรงไหน

 

ขนบธรรมเนียมดังกล่าวดูเหมือนจะสิ้นสุดลงนับตั้งแต่ The New BMW 7 Series (LCI) เปิดตัวในตลาดโลกออกมาเมื่อปี 2019 ซึ่งมีการพลิกโฉมกันจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของรถรุ่นเดิม และการเปลี่ยนแปลงที่ว่านั้นยังหยั่งรากลึกลงไปถึงสิ่งที่อยู่ใต้พื้นผิว เช่น เครื่องยนต์ แชสซีส์ และเทคโนโลยี อีกด้วย เมื่อมาถึงคราวของสปอร์ตซีดานขวัญใจผู้บริหารทั่วโลกอย่าง BMW 5 Series LCI มันจึงถ่ายทอดธรรมเนียมใหม่นี้มาด้วย มันถูกพัฒนาให้ดีขึ้นในทุกๆ ด้าน แบบที่เรากำลังจะเล่าให้คุณผู้อ่านฟังไปพร้อมๆ กันใน BMW Fascination ฉบับนี้ และมันคงจะไม่สามารถเริ่มจากที่อื่นใดของรถได้นอกเสียจากกระจังแบบหน้าใหม่ของมัน

 

ด้านหน้าของ The New BMW 5 Series ถูกปรับปรุงตามดีไซน์ของ BMW ในยุคใหม่ จนทำให้มันดูราวกับเจมส์บอนด์ในชุดสูทสากลที่งานคัทติ้งเนี๊ยบระดับโลก แต่มีอาวุธซ่อนอยู่และพร้อมลงไม้ลงมือกับวายร้ายที่มาต่อกรได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสีตัวถังใหม่ น้ำเงิน Phytonic Blue metallic งานดีไซน์หลักที่เป็นจุดเด่นก็คงจะหนีไม่พ้นกระจังหน้าที่มีขนาดทั้งกว้างและสูงขึ้นอย่างพอเหมาะ พร้อมกับปรับรูปทรงจากของเดิมที่โค้งมนให้เป็นแปดเหลี่ยม ตัวซี่กระจังแนวตั้งมีส่วนบนที่ยื่นออกมาด้านหน้าเล็กน้อย และกรอบของกระจังด้านซ้ายและขวาถูกผนวกเข้าเป็นชิ้นเดียวกัน ความใหญ่โตของกระจังหน้าที่มากขึ้น ดูขัดแย้งแต่ลงตัวกับไฟหน้า Adaptive LED ที่ถูกบีบให้มีขนาดเรียวเล็กลง ซึ่งใช้ดีไซน์ไฟส่องสว่างขณะขับขี่เวลากลางวันแบบใหม่เป็นรูปตัว L ซ้อนกันสองตัว ซึ่งนอกจากจะทำให้ด้านหน้าของ The New BMW 5 Series ดูดุดันขึ้นแล้ว มันยังทำให้รถดูปราดเปรียวและมาดมั่นขึ้นด้วย ส่วนกันชนจึงถูกปรับเส้นสายให้เรียบง่ายขึ้น แต่ยังคงความสปอร์ตด้วยช่องดักอากาศขนาดเขื่องไว้ที่มุมซ้ายและขวา

 

ด้านท้ายมีการปรับปรุงด้วยการลดเส้นสายลงเพื่อเพิ่มความเรียบง่าย โดยทีมดีไซน์เนอร์บอกว่ามันช่วยเพิ่มความรู้สึกสปอร์ตและทันสมัย ในขณะที่ยังคงความสง่างามเอาไว้ด้วย ไฟท้าย LED แบบสามมิติใหม่มีการปรับปรุงกราฟฟิคให้เป็นตัว L เพื่อสอดรับกับไฟหน้า พร้อมกับเปลี่ยนเลนไฟท้ายเป็นสีรมดำและใช้ตัวนำแสงยึดติดกับเลนด้านนอกโดยตรง เพื่อให้มันดูเรียวเล็กและฉายแสงออกมาได้อย่างสะดุดตามากขึ้น ถัดลงเป็นกันชนหลังที่จะได้ปลายท่อไอเสียทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนครบทุกรุ่นย่อย (BMW 520d Luxury และ BMW 520d Sport รุ่นปัจจุบันได้ปลายท่อไอเสียกลม) ส่วนด้านบนของดิฟฟิวเซอร์สีเทาจะถูกคาดด้วยขอบสีดำเพื่อให้มีรายละเอียดที่น่าสนใจยิ่งขึ้น

 

ภายในห้องโดยสารก็ได้รับการอัพเดทรายละเอียดเช่นเดียวกับภายนอก และอันที่จริงมันก็เริ่มตั้งแต่ก่อนที่คุณจะเปิดประตูเข้าไปด้วยซ้ำ ฟังก์ชัน Comfort Access ใน The New BMW 5 Series มาพร้อมฟีเจอร์ BMW Digital Key ซึ่งทำให้คุณสามารถใช้ iPhone แตะลงไปที่มือจับประตูรถเพื่อปลดล็อค และหลังจากวางโทรศัพท์ลงบนแท่นชาร์จไร้สาย คุณก็จะสามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้เหมือนกับการพกกุญแจ BMW Display Key ไว้กับตัว สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นก็คือการตื่นขึ้นมาต้อนรับคุณของมาตรวัดดิจิตอล BMW OS 7 เต็มรูปแบบ กับหน้าจอควบคุมกลางที่เพิ่มฟีเจอร์แผนที่ใหม่ BMW Maps ซึ่งสามารถใช้งานได้สะดวก และอัพเดทข้อมูลเส้นทางรวมถึงสภาพการจราจรได้รวดเร็วขึ้นมาให้ มันยังสามารถรองรับ Android Auto ได้แล้วจากเดิมที่ใช้ได้กับเฉพาะ Apple Car Play เท่านั้น

 

นอกจากนี้ ระบบ BMW Intelligence Personal Assistant ก็ยังพัฒนาให้มีความฉลาดเพิ่มขึ้น โดยเพิ่มการสั่งงานฟีเจอร์อื่นๆ อย่างเช่นการเปิดหรือปิดหน้าต่างไม่ว่าจะบางส่วนหรือทั้งหมด สั่งให้จดจำกิจวัตรประจำวัน เช่น เมื่อเข้าที่จอดรถแล้วให้เปิดหน้าต่างลง และยังรองรับการพูดคุยกับผู้โดยสารในรถ โดยหน้าจอกราฟฟิคก็จะแสดงให้เห็นว่าผู้ช่วยอัจฉริยะกำลังหันไปพูดกับคนๆ นั้นอยู่ และมันยังรองรับการอัพเดทซอฟต์แวร์ระยะไกล Remote Software Upgrade function ผ่านเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์ไร้สายได้ด้วย ถัดลงมาเป็นหน้าจอควบคุมเครื่องปรับอากาศที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เป็นแบบ Automatic climate control with extended functions เช่นกัน ปุ่มควบคุมด้านล่างจะเป็นจอสัมผัส ซึ่งเพิ่มฟังก์ชันการควบคุมแยกระหว่างฝั่งคนนั่งกับคนขับอย่างอิสระ และเพิ่มปุ่ม SYNC เพื่อปรับอุณหภูมิทั้งสองฝั่งกลับมาเท่ากันได้ด้วยปุ่มเดียว ส่วนคอนโซลกลางบริเวณฐานเกียร์ที่เปลี่ยนไปใช้ปุ่มแบบดำเงา High-gloss Black

 

ส่วนระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่บรรจุมาให้จะเป็น Driving Assistant ซึ่งประกอบไปด้วยก็ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับความเร็วแปรผันกับคันหน้า พร้อมรองรับการทำงานเมื่อรถชะลอจนหยุดและออกตัวใหม่ได้ Active cruise control with Stop & Go function ระบบการเตือนรถออกนอกเลน Lane Departure Warning ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตา Lane Change Warning ระบบป้องกันการชนด้านหลังขณะถอยจอด Rear Collision Prevention ระบบเตือนรถวิ่งตัดผ่านขณะถอยหลัง Cross Traffic Warning Rear และระบบช่วยเบรกอัตโนมัติเมื่อตรวจพบรถและคนเดินถนนที่ความเร็วต่ำ City Braking Function

 

The New BMW 5 Series มาพร้อมกับ 2 ตัวเลือกเครื่องยนต์ใน 3 รุ่นย่อย คือ BMW 520d M Sport เครื่องยนต์ดีเซลสี่สูบ 2.0 ลิตร TwinPower Turbo 190 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง 7.5 วินาที กับ BMW 530e Elite และ BMW 530e M Sport เครื่องยนต์เบนซินสี่สูบ 2.0 ลิตร TwinPower Turbo พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 292 แรงม้า และฟังก์ชัน XtraBoost อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง 5.9 วินาที ทุกรุ่นเปิดตัวพร้อมให้คุณผู้อ่านได้สัมผัสแล้ววันนี้ที่โชว์รูมตัวแทนจำหน่าย BMW อย่างเป็นทางการทั่วประเทศไทย

 

ขอให้มีความสุขกับ BMW ทุกวันครับ

Read more