Highlight | 2563.01.01

The New BMW 7 Series. The Peak of Luxury.

ถ้าคุณเป็นผู้บริหารระดับสูงที่เลือกส่งพนักงานขับรถกลับไปพักผ่อนในวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดราชการ เพื่อให้เขาได้ไปใช้เวลากับครอบครัวหลังจากเหน็ดเหนื่อยทำภารกิจแน่นขนัดร่วมกับคุณตั้งแต่เช้าถึงดึกในวันธรรมดามาแล้ว และเพื่อที่คุณเองจะได้มีโอกาสหาความสนุกจากหลังพวงมาลัยได้อย่างมีอิสระ โดยที่ไม่ต้องไปหารถสปอร์ตหรือซูเปอร์คาร์มาเพิ่มอีกคันให้เกะกะโรงรถที่บ้าน BMW 7 Series จะเป็นตัวเลือกอันดับแรกเหนือรถยนต์ระดับเรือธงจากค่ายอื่นๆ อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะแม้ว่าบรรยากาศบนเบาะหลังจะสะดวกสบายราวกับการโดยสารเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสเพียงใด การขับขี่ก็ยังสามารถไว้ลายรถยนต์รุ่นสูงสุดของค่าย Ultimate Driving Machine ได้อย่างไม่เสียชื่อ และวันนี้ก็ถึงเวลาของ BMW 7 Series ใหม่ หรือ The 7 รุ่นปรับปรุงโฉมอีกครั้งแล้ว

 

คุณผู้อ่านที่เป็นแฟน BMW ย่อมรู้ดีว่า ปรัชญาหลักของการปรับปรุงโฉมหรือ Life Cycle Impulse (LCI) นั้น สำหรับ BMW จะเป็นเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์และงานวิศวกรรมในจุดต่างๆ เป็นหลัก และไม่ค่อยจะได้เน้นการปรับปรุงรูปลักษณ์หน้าตาภายนอกหรือภายในห้องโดยสารอะไรมากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นการปรับรายละเอียดในจุดเล็กจุดน้อยให้ดูทันสมัยขึ้น ซึ่งอันที่จริงก็ปรับกันแทบจะทุกจุดเพียงแต่ดูไม่ค่อยออกถ้าไม่จอดเทียบกันจะจะเท่านั้น แต่กับ BMW 7 Series คราวนี้ถือว่าเป็นเรื่องแปลกและพิเศษมาก เพราะมีการปรับปรุงงานดีไซน์ที่แทบจะพลิกโฉมจาก BMW 7 Series รุ่นเดิมกันไปเลย และเรียกเสียงฮือฮาจากสื่อมวลชนและแฟนๆ ทั่วโลกได้ไม่น้อย

Read more

The New BMW 7 Series เป็นการนำ BMW 7 Series รุ่นเดิมมาปรับปรุงงานวิศวกรรมและรูปลักษณ์หน้าตาใหม่แทบทุกจุด ส่วนที่เห็นกันได้ชัดเจนที่สุดนั้นก็คือ ดีไซน์ด้านหน้ารถที่ปรับขนาดกระจังหน้าไตคู่ให้ใหญ่ขึ้นจากรุ่นเดิมถึง 40% และเป็นชุดกระจังที่เชื่อมติดเป็นชิ้นเดียวกัน ในขณะที่โคมไฟหน้า BMW Laserlight1 ที่วางชิดกับกระจังหน้านั้นถูกปรับให้มีขนาดเรียวลงและมีรายละเอียดด้านมิติเพิ่มขึ้น พร้อมกับยกแนวขอบฝากระโปรงที่จุดหน้าสุดของตัวรถให้สูงขึ้นจากเดิม 50 มิลลิเมตร เพื่อให้บุคลิกของ The 7 ดูยิ่งใหญ่และทรงพลัง สมกับการเป็นรถยนต์รุ่นเรือธงของค่ายและยานพาหนะที่ผู้นำระดับประเทศใช้ชีวิตอยู่บนเบาะหลังมากกว่าในบ้านของตัวเอง โดยดีไซน์ด้านหน้าแบบใหม่นี้จะกลายเป็นเอกลัษณ์ของ BMW รุ่นสูงๆ ที่ออกมาหลังจากนี้ด้วย ส่วนรายละเอียดของกันชนที่ปรับปรุงดีไซน์มาใหม่เช่นเดียวกันนั้นยังคงเป็นแบบที่แฟนๆ BMW คุ้นเคยกันดี เพราะมันประกอบด้วยช่องดักลมขนาดใหญ่จำนวน 3 ช่อง และแฟนตัวจริงย่อมต้องรู้ว่าช่องซ้ายและขวาจะมีช่องรับอากาศไปปล่อยที่ซุ้มล้อหน้าเพื่อระบายความร้อนเบรก

 

ซึ่งนั่นก็ทำให้พอเขยิบมาด้านข้างจะต้องพบกับครีบ Air Breathers เพื่อระบายลมที่ปะทะอยู่ในซุ้มล้อออกสู่ด้านข้างตัวรถที่เปลี่ยนดีไซน์มาตั้งฉากกับพื้นถนน ในขณะที่คิ้วโครเมียมที่ต่อจากส่วนล่างของ Air Breathers ไปทางท้ายรถของเดิมนั้น ก็ถูกยืดออกให้มีความต่อเนื่องเพิ่มไปจนถึงกันชนหลัง เพื่อแสดงถึงความแข็งแกร่งและแม่นยำของ BMW 7 Series ใหม่ออกมาอย่างชัดเจน ด้านท้ายหากมองแบบผิวเผินจะเข้าใจว่าเป็นดีไซน์เดิม แต่ในความเป็นจริงแล้วโคมไฟท้ายถูกปรับดีไซน์ใหม่และลดขนาดให้เล็กลงอีก 35 มิลลิเมตร และใต้คิ้วโครเมียมคาดฝากระโปรง ซึ่งเชื่อมไฟท้ายระหว่างทั้งสองฝั่งนั้นจะมีแถบไฟ LED แบบสามมิติที่บางเพียง 6 มิลลิเมตร แอบซ่อนอยู่

ห้องโดยสารยังคงบรรยากาศความหรูหราและทันสมัยด้วยดีไซน์พื้นผิวแบบสามมิติกับวัสดุตกแต่งคุณภาพสูงเช่นเคย และเพิ่มความโอ่อ่าด้วยหลังคาซันรูฟ Panorama Glass Roof Sky Lounge1 แบบสองตอน นอกจากนี้ BMW 7 Series ใหม่ทุกรุ่นย่อยยังมาพร้อมกับออพชันเบาะหลัง Executive Lounge Seating ที่สามารถปรับเบาะรองนั่งและพนักพิงหลังแยกได้อย่างอิสระจากกัน เบาะด้านซ้ายสามารถสั่งการให้เบาะคนนั่งหน้าขยับเลื่อนออกไปได้อีก 90 มิลลิเมตร และเปิดที่วางเท้าที่ซ่อนอยู่ด้านหลังพนักพิงลงมาด้วยระบบไฟฟ้า แถมด้วยหน้าจอ Full HD ขนาด 10.2 นิ้ว ระบบสัมผัสแขวนไว้ที่ด้านหลังของพนักพิงเบาะหน้าทั้งสองฝั่ง เครื่องเล่น Blu-ray ช่องเชื่อมต่อ HDMI ที่สามารถควบคุมผ่าน BMW Touch Command แท็บเล็ตขนาดเล็กบนที่เท้าแขนได้ด้วย ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นภายใต้เสียงเพลงที่ถูกขับกล่อมออกมาจากเครื่องเสียงระดับสตูดิโอไฮเอนด์อย่าง Bowers & Wilkins Diamond Surround System1 และการปรับปรุงเพื่อลดเสียงรบกวนรอบคัน ทั้งการเพิ่มฉนวนซับเสียงในซุ้มล้อหลัง เสา B และช่องเก็บสายเข็มขัดนิรภัยที่เบาะหลัง ไปจนถึงการเพิ่มความหนาของกระจกข้างและหลังให้มากขึ้นกว่าเดิม

 

ห้องโดยสารด้านหน้าก็มีความพิเศษไม่ต่างจากตอนหลัง เริ่มจากพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันที่ปรับเลย์เอาท์การวางปุ่มใหม่ เพื่อรองรับระบบช่วยเหลือการขับขี่ BMW Driving Assistant Professional1 เต็มรูปแบบ ซึ่งรวมฟีเจอร์อย่าง Active Cruise Control พร้อมฟังก์ชัน Stop & Go ระบบแจ้งเตือนการชนด้านหน้าพร้อมช่วยเบรก ระบบช่วยดึงรถกลับเข้าเลนพร้อมหน่วงพวงมาลัยอัตโนมัติ และระบบ Lane Change Assistant เอาไว้ มาตรวัดและจอควบคุมกลางเป็น BWM Live Cockpit Professional ขนาด 12.3 นิ้ว และ 10.25 นิ้ว ตามลำดับ พร้อมกับระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า BMW Head-Up Display1 แบบกราฟฟิคสี ช่วยให้คนขับไม่ต้องละสายตาจากถนนด้านหน้าเพื่ออ่านข้อมูล

BMW 7 Series เปิดตัวในไทยด้วย 2 รุ่นย่อยใน 2 ประเภทขุมพลัง คือ BMW 730Ld sDrive M Sport และ BMW 745Le xDrive M Sport โดยรุ่นแรกจะใช้เครื่องยนต์ดีเซลหกสูบเรียง TwinPower Turbo 3.0 ลิตร 265 แรงม้า แรงบิด 620 นิวตันเมตร พร้อมระบบควบคุมช่วงล่าง Executive Drive Pro ที่ช่วยลดการโคลงของตัวถังขณะเข้าโค้งแต่ยังคงซึมซับแรงกระแทกเพื่อให้การขับขี่นุ่มนวลที่สุด โดยระบบจะตรวจวิเคราะห์เส้นทางด้านหน้าด้วยข้อมูลจากระบบนำทาง ลักษณะการขับขี่ และผิวถนนเพื่อมาใช้ในการประมวลผลและสั่งการ ในขณะที่รุ่นหลังจะเป็นเครื่องยนต์เบนซินหกสูบเรียง TwinPower Turbo 3.0 ลิตร 286 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร พ่วงกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 113 แรงม้า แรงบิด 265 นิวตันเมตร ทำให้พละกำลังสูงสุดรวมเป็น 394 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ Li-Ion ขนาด 12.0 kWh ที่สามารถขับด้วยไฟฟ้าล้วนเป็นระยะทางประมาณ 40-50 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรและปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ) ซึ่งมีการปรับจูนแชสซีส์และระบบช่วงล่างมาโดยเฉพาะ

 

เห็นตัวเลขสเปกแบบนี้แล้ว เราชักไม่แน่ใจว่ารอยยิ้มของคุณหรือพนักงานขับรถที่กว้างกว่ากัน ขอให้มีความสุขกับ BMW ทุกวัน และ Happy Chinese New Year ครับ

1 เฉพาะรุ่น 745Le xDrive M Sport

Read more