The New BMW X7
Highlight | 2562.04.01

The New BMW X7

ถ้าคุณนิยามคำว่าหรูหราว่าคือความยิ่งใหญ่ โอ่โถง และโดดเด่น BMW X7 ย่อมเป็นหนึ่งในนิยามนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย และถ้าระดับความหรูหรานั้น คุณวัดมันด้วยขนาดของกระจังหน้า BMX X7 ก็ยังคงยืนอยู่ในลำดับท้อปสุดของตารางอยู่ดี มันคือสัญลักษณ์ที่ประกาศถึงบางสิ่งที่สำคัญเช่นเดียวกับการที่ Rolls-Royce Cullinan มีกระจังหน้าตั้งตระหง่านอย่างสง่างามนั่นล่ะครับ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามนี่ก็คือรถยนต์รุ่นสำคัญภายใต้กลยุทธ์ NUMBER ONE > NEXT ที่จะนำพาทั้งบริษัท รถยนต์ และลูกค้าของ BMW ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ

Read more
The New BMW X7
The New BMW X7
The New BMW X7

BMW X7 ยังเป็นคำตอบของ BMW ในยุคที่ผู้ผลิตรถยนต์ระดับพรีเมียมต่างหันมาสร้างรถ SUV เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าผู้รักและให้ความสำคัญกับกิจกรรมในครอบครัวอย่างมีสไตล์จนกลายมาเป็นวัฒนธรรมอย่างนึงของวงการรถยนต์ ซึ่งอันที่จริงแล้ว BMW ก็เป็นคนจุดกระแสนี้ขึ้นเองด้วยซ้ำเมื่อราว 20 ปีก่อน กับ BMW X5 รุ่นแรก พร้อมกับการตั้งชื่อชนิดของรถยนต์ประเภทนี้ว่า Sports Activity Vehicle หรือ SAV จากนั้น BMW X5 และ BMW X6 ก็ทำหน้าที่เป็นหัวเรือใหญ่นำพาทัพ BMW อนุกรม X มาเนิ่นนานจนวันนี้

 

BMW X7 มีขนาดตัวรถที่ยาวถึง 5.115 เมตร กว้างที่สุดถึง 2 เมตรเต็ม และสูง 1.805 เมตร ทำให้มันเป็น BMW อนุกรม X ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ BMW เคยสร้างมา ทีมสถาปนิกใช้แนวทางใหม่หมดในการออกแบบโดยเน้นเส้นสายที่บางและคมคาย จับคู่กับพื้นผิวที่เรียบเป็นแผ่นกว้าง ทำให้รู้สึกได้ถึงความทรงพลังและอำนาจ ด้านหน้าใช้กระจังหน้าขนาดใหญ่พิเศษ ขนาบข้างด้วยไฟหน้า LED มาตรฐานที่ส่องไกลได้ถึงระยะ 300 เมตร ส่วนด้านข้างมีจุดเด่นของการออกแบบอยู่ที่การใช้กระจกหน้าต่างบานใหญ่ แนวหลังคาที่เหยียดยาวอยู่ในระนาบเส้นตรง ความสูงของตัวรถจากพื้น และครีบระบายอากาศ Air Breather ขนาดใหญ่โตไม่แพ้กระจังหน้าที่ซุ้มล้อหน้า และล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 21” เป็นมาตรฐาน

The New BMW X7
The New BMW X7
The New BMW X7
The New BMW X7
The New BMW X7
The New BMW X7
The New BMW X7
The New BMW X7
The New BMW X7

ไฟท้าย LED ทรงเรียววางตัวในแนวนอนมีหน้าตาคล้ายคลึงกับ BMW 7 Series เพื่อบ่งบอกว่านี่คือรถยนต์ระดับบนสุดของค่ายและมันยังช่วยทำให้ตัวรถดูผายกว้างขึ้นด้วย ฝาท้ายเป็นแบบเปิด Split Tailgate ที่แยกระหว่างบานกระจกที่เปิดขึ้นกับส่วนตัวถังที่เปิดลง เพิ่มความสะดวกในการหยิบหรือเก็บสัมภาระในบริเวณที่มีพื้นที่จำกัด BMW X7 ใช้ช่วงล่างถุงลมทั้งสี่ล้อเป็นมาตรฐาน ทำให้สามารถสั่งให้รถย่อช่วงล่างหลังลงได้ถึง 40 มิลลิเมตร เพื่อให้การยกของเข้าหรืออกจากห้องเก็บสัมภาระทำได้สะดวกขึ้น ข้อดีอีกอย่างก็คือสามารถปรับความสูงตัวรถได้เป็นช่วงกว้างถึง 80 มิลลิเมตร ด้วยการกดปุ่มที่อยู่บนคอนโซลกลางหรือสั่งการผ่าน BMW Display Key เพื่อให้ BMW X7 สามารถรับมือกับพื้นผิวได้แทบทุกรูปแบบ

 

ภายในห้องโดยสารออกแบบอย่างไม่มีการอ่อนข้อ โดยดีไซน์ส่วนใหญ่อ้างอิงมาจาก BMW 7 Series แต่เพิ่มความหรูหราเข้าไปอีกขั้น เบาะนั่งทั้งสามแถวหุ้มหนัง Vernasca มีขนาดที่ใช้โดยสารได้จริง และให้ความรู้สึกโปร่งสบายเท่าเทียมกันด้วยหลังคาแก้วพาโนรามิก Sky Lounge ครบทั้งสามตอน พร้อมหลอดไฟ LED เรืองแสงที่ฝังอยู่ในกระจกซึ่งสร้างกราฟฟิคแสงได้แตกต่างกันถึง 15,000 แบบ การปรับเบาะใช้ระบบไฟฟ้าทุกตำแหน่งที่นั่ง มีระบบ ISOFIX สำหรับติดตั้ง Car seat เด็กมาให้มากถึง 4 ตำแหน่ง ในเบาะแถวที่สองและสาม และหากพับเบาะลงทั้งหมดก็จะพื้นที่เก็บสัมภาระความจุสูงถึง 2,120 ลิตร

 

เรือนไมล์มาตรฐานเป็น BMW Live Cockpit Professional บนหน้าจอขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมระบบ Head-up display เจนเนอเรชันที่สาม ซึ่งพัฒนาให้มีขนาดใหญ่และแสดงข้อมูลได้ครบถ้วนมากขึ้น ส่วนจอกลางก็มีขนาด 12.3 นิ้วเท่ากัน ใช้ระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ล่าสุด BMW OS 7.0 ที่สามารถปรับแต่งข้อมูลบนหน้าจอได้ละเอียดขึ้น ควบคุมได้ทั้งการสัมผัส (Touchscreen) การใช้ท่าทางมือ (Gesture control) ปุ่มโรตารี่ iDrive แบบสัมผัส และการสั่งงานด้วยเสียง ส่วนผู้โดยสารแถวสองจะได้จอเพื่อความบันเทิงส่วนตัวขนาด 10.2 นิ้ว ที่ติดอยู่ด้านหลังของพนักพิงเบาะตอนหน้าและควบคุมด้วยการสัมผัสหน้าจอ ระบบปรับอากาศสามารถแยกควบคุมอุณหภูมิอิสระได้ 4 โซน ส่วนต่ำสุดของคอนโซลกลางเป็นฝาปิดลายเดียวกับวัสดุตกแต่งภายใน สิ่งที่อยู่ใต้นั้นคือที่วางแก้วซึ่งสามารถแช่เย็นและอุ่นร้อนได้ตามประเภทเครื่องดื่ม และช่องชาร์จไร้สายสำหรับโทรศัพท์กับอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์อื่นๆ ที่รองรับ (รวมถึง BMW Display Key ด้วย)

 

BMW X7 M50d ใช้เครื่องยนต์ดีเซลหกสูบเรียงความจุ 3.0 ลิตร เทอร์โบสี่ลูก ให้แรงม้าสูงสุด 294 กิโลวัตต์ หรือ 400 แรงม้า ที่ 4,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 760 นิวตันเมตร ที่ 2,000 – 3,000 รอบ/นาที ซึ่งผ่านมาตรฐานไอเสียระดับเข้มงวดที่สุดของยุโรปหรือ Euro-6d-TEMP ทำให้ปล่อยอนุภาคขนาดเล็กระดับ PM2.5 ต่ำมาก ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะ สามารถเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ใน 5.4 วินาที และความเร็วสูงสุดล็อกไว้ที่ 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง พร้อมเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ BMW xDrive และ BMW M Sport Differential

 

เรือธงแห่งอนุกรม X รุ่นล่าสุดพร้อมจะมาทวงคืนบัลลังก์ในศึกรถยนต์อเนกประสงค์ให้กลับมาอยู่ในมือผู้สร้างอย่าง BMW อีกครั้งแล้ว และถ้าหากคุณผู้อ่านท่านไหนกำลังมองหารถครอบครัวระดับหรูอยู่ ก็รอพบกับ BMX X7 M50d ได้ที่งานบางกอกมอเตอร์โชว์และโชว์รูม BMW ใกล้บ้านท่าน

 

ขอให้มีความสุขกับ BMW ของคุณทุกวันครับ