BMW 3 Series Gran Turismo
Highlight | 2560.05.02

The Luxurious Well Being. BMW 740Le xDrive Pure Excellence

ในตอนที่ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย นำ BMW 7 Series โฉมใหม่ มาเปิดตัวกันในงานมอเตอร์โชว์ปี 2559 นั้น มันได้รับชื่อเสียงในฐานะยานยนต์รุ่นเรือธงที่พกพาเทคโนโลยีล้ำหน้าอัดแน่นมามากกว่าใครในยุค ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีเหล่านั้นถูกถ่ายทอดลงมายัง BMW รุ่นอื่นๆ ที่เปิดตัวตามออกมา จนบางครั้งเราเผลอคิดไปว่าออพชันเหล่านี้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานประจำรถยนต์จากค่ายใบพัดฟ้าขาวรุ่นใหม่ไปแล้ว และล่าสุด บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้ทำการเปิดตัว BMW 740Le xDrive Pure Excellence อย่างเป็นทางการกันในงานมอเตอร์โชว์ปี 2560 ไปเป็นที่เรียบร้อย เราขอพาคุณผู้อ่านย้อนกลับไปดูว่ามีเทคโนโลยีอะไรบ้างที่ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกใน BMW 7 Series แล้ว BMW 740Le xDrive Pure Excellence จะมีอะไรใหม่มาให้ตื่นตาตื่นใจอีกบ้าง

เริ่มกันตั้งแต่ไฟ DRL ดีไซน์ใหม่ที่แนวเส้นด้านล่างและบนตัดเป็นเส้นตรง ซึ่งกลายมาเป็นเอกลักษณ์ของ BMW รุ่นใหม่ทุกรุ่นในตอนนี้, กระจังหน้าพร้อมเทคโนโลยี Active Air Stream, ไฟส่องสว่างขณะเปิดประตูแบบ Welcome Light Carpet, iDrive ที่รองรับทัชสกรีนและ Gesture Control, แท็บเล็ต BMW Touch Command ขนาด 7” ที่สามารถถอดออกมาถือได้เพื่อควบคุมระบบ iDrive จากที่นั่งด้านหลัง ซึ่งถ้าหากนำมาเล่ากันทั้งหมด เกรงว่าพื้นที่คงจะเหลือไม่พอให้พูดถึง BMW 740Le xDrive Pure Excellence พระเอกของเราในวันนี้

 

Read more

BMW 740Le xDrive Pure Excellence คือการนำพื้นฐานเดิมของ BMW 7 Series รุ่นปัจจุบันมาผนวกเข้ากับเทคโนโลยี BMW iPerformance ที่เหล่าวิศวกรจากเมืองมิวนิคเชี่ยวชาญจากการทุ่มพัฒนารถยนต์ BMW i มาเป็นเวลาหลายปี นั่นหมายความว่ารูปลักษณ์ภายนอกจะไม่แตกต่างจาก BMW 7 Series ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้มากนัก จุดสังเกตคือสัญลักษณ์ตัว i พร้อมช่องเสียบชาร์จแบตเตอรี่ที่ซุ้มล้อหน้าด้านซ้าย ป้าย eDrive บนเสาเก๋งหลัง และชื่อรุ่นที่มีตัวอักษร ‘e’ ต่อท้าย ความเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับชิ้นส่วนที่อยู่ภายใต้เปลือกตัวถัง เริ่มจากเครื่องยนต์เบนซิน BMW TwinPower Turbo 4 สูบ 2.0 ลิตร ที่ประกบอยู่กับชุดมอเตอร์ไฟฟ้า eDrive ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Steptronic ลงไปที่ล้อทั้งสี่!

 

โดยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive ยังสามารถทำงานได้แม้ในขณะใช้ไฟฟ้าล้วนอีกด้วย พละกำลังรวมของทั้งระบบอยู่ที่ 326 แรงม้า สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองสูงสุดถึง 45.5 กม./ลิตร โหมดจัดการพลังงาน Auto eDrive, MAX eDrive และ Battery Control ซึ่งมีฟีเจอร์เพิ่มขึ้นมาจากโหมด Battery Saver ใน BMW iPerformance รุ่นอื่นๆ ตรงที่สามารถกำหนดได้ว่าต้องการให้เครื่องยนต์เบนซินชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ตั้งแต่ปริมาณ 30% ไปจนถึง 100% (แต่อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงก็อาจจะปรับตัวสูงขึ้น เพราะเครื่องเบนซิน 2.0 ลิตร ต้องทำหน้าที่ทั้งขับเคลื่อนและชาร์จไฟไปในเวลาเดียวกัน)

แบตเตอรี่ความจุ 9.2 kWh ของ BMW 740e xDrive Pure Excellence ทำให้ฟีเจอร์ความสะดวกสบายบางอย่างในรถสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ระบบ Auxiliary Heating and Air Conditioning จะดึงไฟจากแบตเตอรี่มาปรับอุณหภูมิห้องโดยสารให้เป็นไปตามที่คุณตั้งไว้ล่วงหน้าได้ โดยไม่ต้องติดเครื่องยนต์ และถ้าหากคุณกำลังเสียบชาร์จอยู่ ระบบก็ฉลาดพอที่จะสลับไปดึงกระแสไฟฟ้าหลักมาใช้เพื่อไม่ให้กระทบกับระดับไฟในแบตเตอรี่ การตั้งค่าทั้งหมดสามารถทำผ่านระบบ iDrive ในตัวรถ ส่วนถ้าแค่อยากเช็คสถานะทั่วไปของรถอย่างรวดเร็วก็สามารถเรียกดูได้ด้วยกุญแจ Display Key

 

ในเมื่อกำลังเรากำลังพูดถึงเรื่องชาร์จไฟ BMW 740Le xDrive Pure Excellence นั้นมีทางเลือกให้คุณหลากหลาย ตั้งแต่การชาร์จด้วยชุดสายไฟที่ให้มากับรถผ่านเต้ารับในบ้านโดยตรง หรือติดตั้ง BMW i Wallbox แท่นชาร์จไฟประจำโรงรถที่สามารถลดระยะเวลาการชาร์จลงได้ รวมถึงยังสามารถไปใช้บริการจุดชาร์จไฟ BMW I Charging Station ที่บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้ติดตั้งไว้ให้ใช้ฟรี ได้ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, อาคารออล ซีซั่น เพลส, โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ, โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ และ โรงแรมเพนนิซูลา กรุงเทพฯ

สถานีชาร์จ BMW I Wallbox Pure Station มีที่ไหนบ้าง?

 

  • ห้างสรรพสินค้า The Central World
  • อาคาร All Seasons Place
  • โรงแรม Mandarin Oriental Bangkok
  • โรงแรม Peninsula Hotel Bangkok
  • โรงแรม Banyan Tree Hotel Bangkok

 

*สามารถใช้ได้กับ BMW iPerformance ทุกรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย (i8, 740Le xDrive Pure Excellence, X5 xDrive 40e, 330e)

 

ความพิเศษอีกจุดนึงก็คือการที่ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เลือกแพ็คเกจการตกแต่งแบบ Pure Excellence มาให้เป็นมาตรฐานของ BMW 740Le xDrive Pure Excellence ทุกรุ่น โดยในแพ็คเกจจะประกอบด้วยคิ้วโครเมียมเหนือไฟตัดหมอกหน้า คิ้วโครเมียมกันชนหลังที่ต่อเนื่องเป็นชิ้นเดียวกับปลายท่อไอเสียทั้งสองฝั่ง คาลิปเปอร์เบรคพ่นสีดำด้าน คิ้วขอบบันไดอลูมิเนียมปัดมัน (Fine Brushed Aluminium) แผงหน้าปัดส่วนล่างเดินตะเข็บด้ายคู่ การตกแต่งช่องจ่ายเข็มขัดนิรภัยของผู้โดยสารตอนหลังด้วยลายไม้สีน้ำตาลอย่างประณีต และพรมสำหรับผู้โดยสารตอนหลังแบบหนาเป็นพิเศษเพื่อความรู้สึกหรูหราและผ่อนคลายสูงสุดสำหรับเฉพาะ BMW 7 Series

 

 

เทคโนโลยีที่ BMW บรรจงคัดสรรมาใส่ไว้ใน BMW 7 Series นั้น นอกจากจะล้ำสมัยจนทำให้เกิดเป็นกระแสใหม่ในวงการรถหรูระดับเรือธงแล้ว ทั้งหมดก็เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดของผู้โดยสารในทุกตำแหน่งของ BMW 7 Series และจากฟีเจอร์เด่นของ BMW 740Le xDrive Pure Excellence ที่เรานำมาให้คุณผู้อ่านรู้จักในครั้งนี้ มันก็สมแล้วที่ BMW จะเลือกใช้คำว่า Well Being หรือความอยู่ดีมีสุข มาอธิบายแนวคิดของการพัฒนา BMW 7 Series ตลอดทั่วทั้งคัน

 

วันนี้ BMW ไม่ได้สร้างรถได้อย่างเดียว แต่ BMW ยังสามารถสร้างประสบการณ์การเป็นเจ้าของ ที่ลูกค้ารถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 ไม่สามารถหาได้จากที่อื่น ผ่านทาง BMW Ownership Experience จาก BMW Excellence Club ตลอดระยะเวลา 1 ปีหลังส่งมอบรถ สิทธิพิเศษที่ท่านจะได้สัมผัสกับประการณ์สุดพิเศษกับสิทธิประโยชน์ต่างๆมากมาย ที่ผ่านการเลือกสรรให้ตอบสนองกับทุกไลฟ์สไตล์ และยังสามารถสัมผัสโลกแห่งเอกสิทธิ์ที่เปี่ยมไปด้วยความหรูหราและประทับใจ
 

 

www.bmw-excellence-club.com