Park Hyatt Handover
Latest | 2560.07.05

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เสริมผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด จัดเวิร์กช้อปพร้อมขับทดสอบใน “BMW Driving Experience 2017”

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จัดกิจกรรม BMW Driving Experience 2017 นำสื่อมวลชนมุ่งหน้าสู่สนามทดสอบไทยบริดจสโตน จ.สระบุรี เพื่อร่วมสัมผัสสมรรถนะการขับขี่แห่งอนาคต ที่ได้รับการออกแบบเพื่อสุนทรียะในการเดินทางและการใช้งานที่สะดวกสบาย ที่สำคัญ ลดการปล่อยมลภาวะกับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด

มร. สเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “การขับขี่รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูนับเป็นข้อพิสูจน์ที่ดีที่สุดในผลิตภัณฑ์และแบรนด์ของเรา การได้ขับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในสนามทดสอบชั้นเลิศจึงสามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ในสถานการณ์เฉพาะหน้าต่างๆ ซึ่งทำให้ลูกค้าสามารถสัมผัสและเข้าใจในสมรรถนะและนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ที่พร้อมช่วยเหลือผู้ขับขี่อย่างดีที่สุดในทุกสถานการณ์ ยิ่งไปกว่านั้น กิจกรรมในครั้งนี้ยังช่วยยกระดับทักษะการขับขี่ของลูกค้าของเราอีกด้วย
โดยกิจกรรม BMW Driving Experience 2017 เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม The Ultimate JOY Experience ที่นำเสนอที่สุดของประสบการณ์การใช้ชีวิต ทั้งกิจกรรมไลฟ์สไตล์ในประเทศ และทริปสู่จุดหมายอันสุดตระการตาทั่วโลกที่เลือกสรรมาเพื่อลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูโดยเฉพาะ”

Read more

กิจกรรม BMW Driving Experience 2017 ซึ่งจัดขึ้นที่สนามทดสอบไทยบริดจสโตน จังหวัดสระบุรี มุ่งยกระดับประสบการณ์สุดท้าทายและศักยภาพในการขับขี่ ด้วยการให้ความรู้และเทคนิคต่างๆ อย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นการดริฟท์เข้าโค้งอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ การขับขี่บนสภาพพื้นผิวที่ท้าทายอย่างปลอดภัย รวมไปถึงการตอบสนองต่อการขับขี่ซึ่งไม่สามารถจำลองสถานการณ์บนถนนทั่วไปได้ โดยมีผู้ฝึกสอนที่เชี่ยวชาญของบีเอ็มดับเบิลยู พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการขับขี่และตอบสนองต่อสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างฉับไวและปลอดภัย


มร.ยาสุฮิโระ โมริตะ กรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด และบริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สนามทดสอบไทยบริดจสโตน จังหวัดสระบุรี นับเป็นสนามทดสอบที่ทันสมัย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สามารถรองรับการทดสอบยางรถยนต์ ในการขับขี่ด้วยความเร็วสูง จำลองการขับขี่ได้หลากหลายรูปแบบ จึงให้ประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นเร้าใจ บนถนน พร้อมความมั่นใจในการขับขี่อย่างปลอดภัยสำหรับลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูได้เป็นอย่างดี”
 

โปรแกรม The Ultimate JOY Experience ยังนำเสนอกิจกรรมและสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับ เจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม BMW Alpine xDrive ซึ่งจะพาลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยู บินลัดฟ้าไปสัมผัสกับประสบการณ์การขับรถบนพื้นผิวหิมะและน้ำแข็งในประเทศนิวซีแลนด์ กิจกรรมไลฟ์สไตล์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันกอล์ฟรอบพิเศษที่จัดขึ้นเพื่อตามรอยเส้นทางการแข่งขัน BMW Golf Cup International รอบชิงชนะเลิศระดับโลก ณ Emirates Golf Club นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และประสบการณ์ระดับโลกกับการวิ่งแข่งใน BMW Berlin Marathon รวมไปถึงการฝึกทักษะการขับขี่ในกิจกรรม BMW Driving Experience 2017 กับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ในครั้งนี้ด้วย


เจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและรับสิทธิพิเศษจาก “The Ultimate JOY Experience” ด้วยการสมัครเข้าร่วม The Ultimate JOY Lounge คลับของคนรักบีเอ็มดับเบิลยูได้ที่ www.BMWultimateJOY.com
 

บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport พร้อมเทคโนโลยีปลั๊กอิน ไฮบริด รุ่นประกอบในประเทศไทย ราคาจำหน่าย 2,799,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

 

บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport เป็นนวัตกรรมที่ครบเครื่องด้วยประโยชน์ใช้สอยและความหรูหรา ได้รับ การออกแบบเพื่อสุนทรียะในการขับขี่ของผู้โดยสาร ประหยัดน้ำมันอย่างเหนือชั้นด้วยเทคโนโลยี iPerformance ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ขุมพลังเบนซิน 4 สูบ บีเอ็มดับเบิลยู TwinPower Turbo ที่ทรงพลังเจ้าของรางวัล International Engine of the Year สามารถส่งกำลังสูงสุดที่ 135 กิโลวัตต์ / 184 แรงม้า พร้อมแรงบิด 290 นิวตันเมตร สู่ล้อรถได้อย่างราบรื่นในทุกรอบเครื่อง ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้ามอบกำลังเพิ่มเติมสูงสุดอีก 65 กิโลวัตต์ / 89 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ให้สมรรถนะที่พร้อมตอบสนองในเสี้ยววินาทีตามสไตล์ระบบส่งกำลังไฟฟ้า ทำงานประสานกันกับระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 8 จังหวะเพื่อให้ขับขี่ ได้สนุก ทันใจ โดยสามารถเลือกขับขี่โดยใช้พลังไฟฟ้า เพียงอย่างเดียวได้ที่ความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนในโหมดไฮบริด บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport เร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.1 วินาที และมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


เมื่อใช้งานร่วมกัน เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าชุดนี้จะมอบกำลังสูงถึง 185 กิโลวัตต์ / 252 แรงม้า ให้เร่งความเร็วได้อย่างใจนึก ทั้งยังประหยัดน้ำมันด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 55.6 กิโลเมตรต่อลิตรและ ลดระดับมลภาวะในการขับขี่กับอัตราการปล่อย CO2 ที่ 42 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น


เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดในบีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport สามารถนำสมรรถนะของมอเตอร์ไฟฟ้ามาใช้งาน ได้อย่างคุ้มค่า ช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และยังสามารถขับขี่ในตัวเมืองได้โดยไม่ปล่อยมลภาวะออกจากท่อไอเสียเลยในระยะสูงสุด 37-40 กิโลเมตร (EU test cycle) แบตเตอรี่ของรถมีความจุ 7.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งประกอบไปด้วยโมดูลแบตเตอรี่ 5 ตัว โดยแต่ละโมดูลสามารถถอดเปลี่ยนได้ตามความจำเป็น จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาและสามารถชาร์จได้กับปลั๊กไฟบ้านทั่วไป โดยมีช่องเก็บสายชาร์จอยู่ใต้พื้นที่เก็บสัมภาระตอนท้าย เมื่อแบตเตอรี่หมด สามารถชาร์จด้วยไฟบ้านให้เต็มได้โดยใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง หรือเลือกเสริมประสิทธิภาพการชาร์จด้วยอุปกรณ์ บีเอ็มดับเบิลยู ไอ วอลล์บ็อกซ์ เพียว (BMW i Wallbox Pure) ที่ทั้งปลอดภัย ใช้งานง่าย และรวดเร็วด้วยกำลังไฟถึง 3.7 กิโลวัตต์ (16 แอมป์ / 230 โวลท์) จึงสามารถ ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มได้ในเวลาที่น้อยกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง ทั้งนี้ แบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูงของบีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport มีระยะเวลารับประกัน 6 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร


บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport มาพร้อมความโฉบเฉี่ยวด้วยชุดแต่ง M Aerodynamic ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลาย Double-Spoke และช่วงล่าง M Sport สำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลัง ซึ่งถูกปรับให้ต่ำกว่าเดิม 10 มิลลิเมตร พร้อมสปริงของช่วงล่าง M Sport และท่อนกันโคลงของช่วงล่างด้านหน้าและด้านหลังที่ช่วยลดอาการโยนในโค้ง เพิ่มความแม่นยำของการบังคับเลี้ยวโดยยังไม่ทิ้งความนุ่มนวลในการขับขี่ นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport มาพร้อมกับกระจกซันรูฟ สั่งงานเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมแผ่นเบนทางลมที่ติดตั้งมากับกระจกซันรูฟ ช่วยลดลมหมุนเวียนเข้ามาภายในและลดเสียงรบกวนที่เกิดจากลมภายนอก ขณะที่ภายในห้องโดยสาร เติมเต็มความสปอร์ตกับพวงมาลัยหนัง บีเอ็มดับเบิลยู M พร้อมก้านเปลี่ยนเกียร์ ที่พวงมาลัย เบาะนั่งแบบสปอร์ตพร้อมที่หนุนหลังปรับไฟฟ้า (Lumbar support) สำหรับเบาะนั่งตอนหน้า ระบบนำทาง เครื่องเสียงระบบ Hi-Fi แผงคอนโซลลาย Aluminium Hexagon และพนักพิงเบาะหลังสามารถปรับแบ่งพับได้แบบ 40:20:40 เพื่อความคล่องตัวในการบรรทุกสัมภาระได้สูงสุด
 

Read more