BMW 6 Series GT
Highlight | 2017.12.01

BMW 6 Series Gran Turismo. THE DISTINCTIVE DECISION

นี่คือ BMW 6 Series Gran Turismo รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ และถ้าคุณผู้อ่านพิจารณาชื่อรุ่นให้ดี คุณจะพบว่ามันประกอบไปด้วยสองสิ่งที่มีความหมายต่อเหล่าสาวกใบพัดฟ้าขาวทั่วทุกสารทิศ อย่างแรกมันคือ “ซีรีส์ 6” รหัสอนุกรมที่ BMW เก็บไว้ใช้กับรถสปอร์ตหรูสมรรถนะสูงของค่ายเสมอมา และบรรพบุรุษผู้เป็นจุดเริ่มต้นของซีรีส์ 6 ในปี ค.ศ.1976 นั้น ก็เป็นตำนานที่เป็นที่รักยิ่งของแฟน BMW ทั่วโลก อย่างที่สองมันคือ Gran Turismo หรือ GT รถยนต์รูปแบบตัวถังล่าสุดจาก BMW นับจากการเผยโฉม Sports Activity Coupe (SAC) ที่ BMW นำมาใช้เป็นครั้งแรกใน BMW 5 Series GT เมื่อปี ค.ศ. 2009 แต่การนำสองสิ่งที่มีจุดกำเนิดห่างกันถึงกว่า 30 ปี มาสรรค์สร้างเป็นรถยนต์อนุกรมใหม่ในอีก 8 ปีถัดมานั้น จะมีอะไรพิเศษสมศักดิ์ศรีชื่อชั้นระดับตำนานจากอดีตหรือไม่ วันนี้ BMW Fascination จะพาคุณผู้อ่านไปทราบพร้อมๆ กัน

เริ่มต้นกันจาก “ตัวถัง” ซึ่งเชื่อว่าแฟน BMW ตั้งแต่สมัยยุค 70s คงจะนิ่งไปพักนึงเมื่อได้ยินข่าวว่า BMW จะยุติบทบาทของรถสปอร์ตคูเป้หุ่นสะโอดสะองที่มีคนรักอยู่ทั่วโลก แล้วนำเลขอนุกรม 6 ไปใช้กับรถยนต์ GT รุ่นใหม่ของค่ายแทน สาเหตุส่วนนึงก็เพราะมันเป็นรถคนละรูปแบบอย่างสิ้นเชิงและมีบุคลิกที่ต่างกันไม่น้อย อย่างไรก็ตาม เมื่อเราได้เห็น BMW 6 Series Gran Turismo ใหม่ เราก็เข้าใจทันทีว่าทำไม BMW ถึงตัดสินใจนำรหัสอนุกรม 6 มาใช้กับรถรุ่นนี้ BMW 6 Series Gran Turismo ใหม่ คือรถยนต์ GT ที่มีความสปอร์ตปราดเปรียวและลงตัวที่สุดเท่าที่ BMW เคยสร้างมา ด้านหน้าดูทรงพลังด้วยเลนส์โคมไฟหน้า LED ที่ทอดยาวไปจรดกับกระจังหน้าไตคู่เอกลักษณ์เฉพาะของ BMW ด้านข้างมีสัดส่วนที่ผสมความสปอร์ตและหรูหราไว้อย่างลงตัว ฝากระโปรงหน้ามีลักษณะเหยียดยาว ห้องโดยสารคล้อยไปทางด้านหลัง บานกระจกไร้กรอบ และแนวหลังคาเทลาดไปจรดกับฝากระโปรงท้ายที่เตี้ยลงกว่ารุ่นเดิม 64 มิลลิเมตร ช่วยให้ความรู้สึกตามแบบฉบับรถคูเป้ การปรับปรุงเส้นสายตัวรถให้แบนลงจากเดิมนั้น นอกจากจะเพิ่มความสวยงามแล้วยังมีผลดีในด้านอากาศพลศาสตร์อีกด้วย BMW 6 Series Gran Turismo ใหม่ จึงมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำเพียง (Cd) 0.25 เท่านั้น

Read more
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT

เรื่องต่อมาคือความเป็น “GT” BMW Fascination นำเสนอนิยามของรถยนต์ประเภท Gran Turismo มาหลายครั้งแล้ว และนับเป็นเรื่องน่ายินดีที่ BMW 6 Series Gran Turismo สามารถทำได้ตามนิยามดังกล่าวทุกประการ และยังยกระดับให้สูงขึ้นไปอีกขั้นด้วยห้องโดยสารดีไซน์โดยเน้นความสำคัญกับผู้ขับเป็นหลัก ในขณะที่มีพื้นที่กว้างขวางสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารทุกตำแหน่งที่นั่ง วัสดุตกแต่งแผงหน้าปัดคุณภาพสูงและระดับความประณีตช่วยสร้างบรรยากาศพรีเมียมให้กับห้องโดยสาร เบาะหลังสามารถบรรทุกผู้ใหญ่สามคนได้อย่างสบาย พร้อมกับพื้นที่วางขาและพื้นที่เหนือศีรษะระดับเหลือเฟือแม้แนวหลังคาจะลาดต่ำกว่ารุ่นที่แล้ว (BMW 5 Series GT) ฝาท้ายเปิดปิดด้วยไฟฟ้าเป็นมาตรฐาน ซึ่งเป็นช่องทางเข้าสู่ห้องเก็บสัมภาระท้ายรถที่มีความจุมากกว่ารุ่นเดิมถึง 22% หรือ 610 ลิตร และจะขยายเป็น 1,800 ลิตร เมื่อพับเบาะราบลงทั้งหมด ทั้งหมดทำให้ BMW 6 Series Gran Turismo ใหม่ เป็นรถที่สามารถใช้เดินทางไกลได้อย่างสะดวกสบายดีเยี่ยม

BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT

นั่นพาเรามาถึงประเด็นสุดท้ายแห่งการเป็นรถยนต์ประเภท GT ที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งคือสมรรถนะของ BMW 6 Series Gran Turismo ใหม่ โดยในประเทศไทยที่เป็นรุ่น BMW 630d Gran Turismo M Sport นั้น จะใช้เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ เสริมพลังด้วยระบบอัดอากาศ BMW TwinPower Turbo ผลิตพละกำลังสูงสุดได้ 265 แรงม้า กับ แรงบิดสูงสุดมหาศาลถึง 620 นิวตันเมตร เมื่อประกบกับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ จะสามารถสร้างอัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ใน 6.1 วินาที และความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่แม้ว่าตัวเลขสมรรถนะจะดูน่าประทับใจ ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยก็ยังอยู่ที่ระดับ 17.7 กิโลเมตรต่อลิตร และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 149 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งนั่นหมายความว่าการเติมน้ำมันหนึ่งครั้งจะสามารถวิ่งได้ไกลถึง 1,100 กิโลเมตร

BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT
BMW 6 Series GT

BMW 6 Series Gran Turismo ยังมาพร้อมอุปกรณ์ล้ำสมัยมากมาย เช่น กระจังหน้าที่สามารถเปิดปิดได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) และสปอยเลอร์หลังที่ยกตัวขึ้นอัตโนมัติตามแบบฉบับรถ GT จาก BMW ทุกรุ่น ส่วนภายในห้องโดยสารก็ประกอบไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย อย่างหน้าจอแสดงผลระบบสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว พร้อมการสั่งการด้วยการเคลื่อนไหวของมือ (Gesture Control) ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย (Wireless Charging) ระบบเครื่องเสียง Harman Kardon กล้องมองหลังขณะถอยจอด รวมไปถึงกุญแจ BMW Display Key ที่เรานำมาฟังก์ชันการใช้งานมาพูดถึงกันในคอลัมน์ BMW TECH. เมื่อเดือนที่แล้ว

BMW 630d Gran Turismo M Sport พร้อมจำหน่ายแล้ววันนี้ที่โชว์รูม BMW ทั่วประเทศ ราคาเริ่มต้น 4,739,000 บาท พร้อมแพ็คเกจ BSI Standard บริการบำรุงรักษาฟรี 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร และรับประกัน 3 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง