Highlight | 2016.10.06

E FOR EFFICIENCY BMW 330E M SPORT.

“กิโลเมตร/ลิตร” ดูเหมือนจะเป็นตัวเลขที่มีความสำคัญที่สุดในวงการรถยนต์ทุกวันนี้ ยุคที่กระแสรถยนต์ไฟฟ้ากำลังมาแรงและผู้ผลิตรถยนต์ทั้งหลายกำลังขมักเขม้นเพื่อสรรหาวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างสมดุลระหว่างเครื่องยนต์สันดาปภายในกับมอเตอร์ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน ทั้งหมดเพื่อเป้าหมายสูงสุดคือ การลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลที่เป็นต้นเหตุของสภาวะโลกร้อนและต้นกำเนิดมลพิษอันเป็นที่มาของสภาวะเรือนกระจก ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องดี เว้นแต่การพึ่งพาตัวเลข “กิโลเมตร/ลิตร” มากเกินไปเพื่อบอกว่ารถแต่ละคันสามารถลดการพึ่งพาน้ำมันเบนซินหรือดีเซลได้เท่าไหร่ กลับสร้างทัศนคติในสังคมขึ้นว่า รถยนต์ไฮบริดนั้นต้องประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ แต่ต้องแลกมากับความเชื่องช้า น่าเบื่อหน่าย และอุปกรณ์ติดรถระดับ Minimalist เพื่อหวังผลในด้านน้ำหนักเบา ทว่า นั่นไม่ใช่แนวทางของ BMW ที่มีรหัส ‘e’ ต่อท้าย ขอแนะนำให้รู้จัก BMW 330e M Sport ที่แรงและสนุกไม่น้อยหน้ารถรุ่นท้อปร่วมค่ายจากฝั่งเครื่องยนต์สันดาปภายใน แถมยังมาพร้อมกับออพชั่นจัดเต็มที่สุดในซีรีส์ อ้อ...มันบริโภคน้ำมันเฉลี่ย 40.8 กิโลเมตร/ลิตร (ถ้าไม่ลืมชาร์จ...)

 

...และคุณก็ไม่น่าจะลืม เพราะทุกวันนี้การเสียบปลั๊กชาร์จ Gadget กลายเป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวันหลังสวดมนต์ก่อนนอนของผู้คนยุคใหม่ไปแล้ว หลายคนมีสมาร์ทโฟนมากกว่าหนึ่งเครื่อง นี่ยังไม่รวมแท็บเล็ตหรือ Wearable device เสียด้วยซ้ำ แล้วถ้ามันจะมี Drivable device ขึ้นมาอีกสักอย่างจะเป็นไรไปเล่า? การชาร์จ BMW 330e M Sport นั้นสามารถใช้ชุดชาร์จไฟบ้านที่ให้มากับรถเสียบเข้ากับเต้ารับปกติได้เลย (ไม่แนะนำให้ใช้สายพ่วง) การชาร์จแบตเตอรี่จากหมดถึงเต็มจะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง แต่ถ้าคุณศึกษาเรื่องวิธีการคิดค่าไฟฟ้ามาบ้าง คุณก็จะเลือกชาร์จมันเฉพาะช่วงหลังเที่ยงคืนซึ่งเป็นช่วงอัตราค่าไฟฟ้าแบบ Off Peak ที่ราคาต่อหน่วยถูกลง (Off Peak เป็นช่วงเวลาที่มีการใช้ไฟน้อย ตรงข้ามกับช่วง On Peak ในตอนกลางวันที่มีการใช้ไฟมากและอัตราค่าไฟฟ้าต่อหน่วยสูงกว่า) หรือถ้าต้องการความรวดเร็วมากขึ้นก็ยังสั่งออพชัน BMW i Wallbox มาติดไว้ที่บ้าน ซึ่งมันจะช่วยลดเวลาการชาร์จลงเหลือราว 2.5 ชั่วโมงเท่านั้น ตอนเช้าพอคุณตื่นขึ้นมาก็สามารถคว้าสมาร์ทโฟนมาเปิด App ของ BMW เพื่อดูสถานะไฟในหม้อแบตเตอรี่ และระยะทางที่รถวิ่งได้จากน้ำมันในถังกับประจุไฟในแบตเตอรี่รวมกันได้ง่ายๆ หรือจะสั่งให้รถเปิดแอร์เย็นๆ ไว้คอยท่าระหว่างที่คุณไปอาบน้ำเตรียมตัวออกจากบ้านก็เท่ไม่หยอก 

Read more

BMW 330E M SPORT มีโหมด EDRIVE มาให้เลือก 3 แบบ

BMW 330e M Sport มีโหมด eDrive มาให้เลือก 3 แบบ คือ โหมด Auto eDrive จะเป็นการใช้เครื่องยนต์เบนซิน TwinPower Turbo 2.0 ลิตรรุ่นใหม่ควบคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าที่สร้างพละกำลังรวมกันได้ 252 แรงม้า กับแรงบิด 420 นิวตันเมตร เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในสถานการณ์คับขันมอเตอร์ยังสามารถส่งแรงบิดพิเศษอีก 150 นิวตันเมตร ออกมาเป็นช่วงสั้นๆ ได้ ถ้านึกภาพไม่ออกว่านั่นมันเยอะแค่ไหน เราแนะนำให้เอาตัวเลขไปเทียบกับของ M3/M4 ดู! โดยถ้าแบตเตอรี่มีประจุเหลืออยู่มากพอ รถจะสามารถใช้มอเตอร์ไฟฟ้าอย่างเดียวขับได้ถึง 80 กม./ชม. ก่อนที่เครื่องยนต์จะติดขึ้นมาช่วย ในโหมด MAX eDrive จะเป็นการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวซึ่งสามารถใช้ความเร็วได้ถึง 120 กม./ชม. และขับได้ระยะทางไกลสุดถึง 40 กิโลเมตร และโหมด Save Battery ที่สามารถเรียกใช้เพื่อสั่งให้เครื่องยนต์ติดขึ้นมาช่วยชาร์จแบตเตอรี่เมื่อประจุเหลือน้อย หรือเพื่อเก็บแบตเตอรี่เอาไว้ใช้ภายหลัง เช่น บนเส้นทางขากลับจากทริปต่างจังหวัดที่คุณอยากจะเอาปริมาณไฟในแบตเตอรี่มาใช้ช่วงฝ่ารถติดตอนเข้าเขตกรุงเทพฯ แทนการทำหน้าที่เป็นคู่หูช่วยคุณบู๊ตอนอยู่บนมอเตอร์เวย์ เป็นต้น นอกจากนี้ ระบบยังเรียนรู้จากจุดหมายปลายทางที่ป้อนเข้าไปในระบบ Navigator และเส้นทางที่เลือกใช้ แล้วนำมาปรับการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย โดย BMW เรียกระบบนี้ว่า Intelligent Energy Management

 

ทั้งหมดนี้มาพร้อมกับออพชั่นและอุปกรณ์แบบจัดเต็ม ทั้งไฟหน้าและไฟตัดหมอก LED ระบบเปิดรถโดยไม่ต้องถือกุญแจ Comfort Access ปัดน้ำฝนและไฟหน้าอัตโนมัติ กล้องมองหลัง ครูซคอนโทรลพร้อมเบรคอัตโนมัติ การตกแต่งภายในด้วยแผงอลูมิเนียมสีเงินลายหกเหลี่ยมตัดกับวัสดุสีดำ High-gloss ระบบ iDrive พร้อมหน้าจอ 8.8” ที่รองรับ Apps ถุงลมนิรภัยรอบคัน ระบบควบคุมการทรงตัวทั้ง DSC และ DTC และปิดท้ายด้วยแพคเก็จ M Sport ที่ประกอบด้วยชุดแต่ง M Aerodynamics พวงมาลัย M หุ้มหนังแท้ ผ้าบุหลังคา Anthracite กับการตกแต่งภายนอกแบบ High-glass Shadow Line จาก BMW Individual แถมท้ายรถยังสามารถจุได้มากถึง 370 ลิตร และพับเบาะหลังเพื่อเพิ่มพื้นที่ห้องเก็บสัมภาระได้ตามปกติอีกด้วย

330e

ทุกวันนี้เทคโนโลยีของรถยนต์ไฮบริดหรือ Plug-in Hybrid ได้ถูกพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างมาก ข้อจำกัดต่างๆ ถูกลดทอนลงจนอยู่ในระดับที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันอีกต่อไป เรียกได้ว่าเข้าใกล้ความเป็นรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน “ปกติ” ที่เราใช้กันมาเกือบศตวรรษ มาถึงตรงนี้

ถ้าคุณเกิดสงสัยว่าระยะทางแค่ 40 กิโลเมตรในระบบไฟฟ้าล้วนมันจะไปพอได้ไง? แบบนี้เท่ากับว่าถ้าจะไม่ใช้น้ำมันเลยสักหยดตั้งแต่ออกจนกลับเข้าบ้านก็ยังทำไม่ได้ใช่ไหม? คำตอบคือทำได้แน่นอน ขอแค่คุณใส่เซ็นทรัลเวิลด์, อาคารออลซีซันเพลส, หรือโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ที่มีจุดบริการ BMW eDrive Charging Station ลงไปอยู่ในตารางนัดวันนั้นของคุณด้วยก็พอ
Read more