ข่าวประชาสัมพันธ์ | 2017.07.24

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยเผยโฉมรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4 รุ่นปรับโฉมใหม่

กรุงเทพฯ. บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดตัวรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4 รุ่นปรับโฉมใหม่ นำโดย บีเอ็มดับเบิลยู 430i คูเป้ Luxury, บีเอ็มดับเบิลยู 430i คูเป้ M Sport, บีเอ็มดับเบิลยู 430i คอนเวอร์ทิเบิล Luxury, และบีเอ็มดับเบิลยู 430i คอนเวอร์ทิเบิล M Sport และบีเอ็มดับเบิลยู M4 คูเป้ ครบครันทั้งด้านสุนทรียภาพแห่งการออกแบบและสมรรถนะอันปราดเปรียว และยังมาพร้อมดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวและระบบกันสะเทือนที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น ผสานประสิทธิภาพการขับขี่และความหรูหราสง่างามไว้ได้อย่างลงตัว ขณะที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละรุ่น

สองสไตล์ในหนึ่งเอกลักษณ์แห่งตัวตน: บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4 คูเป้ และบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4 คอนเวอร์ทิเบิล

บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4 คูเป้ และบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4 คอนเวอร์ทิเบิล มากับความภูมิฐานและหรูหรา และพร้อมเปิดตัวในประเทศไทยในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินตระกูล BMW EfficientDynamics ที่ใช้เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ให้พลังขับเคลื่อนที่คล่องตัว พร้อมประหยัดพลังงาน

สง่างาม เร้าใจ สไตล์สปอร์ต

รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4 รุ่นปรับโฉมใหม่ สะท้อนเอกลักษณ์สไตล์สปอร์ตคูเป้ด้วยช่องดักอากาศที่กันชนหน้าซึ่งออกแบบให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ส่งผลให้ดีไซน์ด้านหน้าให้ความรู้สึกแข็งแกร่งมั่นคงและกว้างขวาง ช่องดักอากาศมาพร้อมแถบบาร์ที่ทอดยาว สีดำเงาสำหรับรุ่น Sport และสีโครเมียมในรุ่น Luxury เสริมความสมบูรณ์แบบในสไตล์สปอร์ต สง่างาม และทรงพลังมากยิ่งขึ้น

ไฟซีนอนในรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4 ได้รับการแทนที่ด้วยไฟหน้า LED รูปแบบใหม่ และมาพร้อมไฟหน้า ตัดหมอก LED เป็นมาตรฐาน นอกจากนี้ รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4 รุ่นปรับโฉมใหม่ยังได้รับการเพิ่มไฟท้าย LED ให้ความรู้สึกโดดเด่น ปราดเปรียวมากขึ้น ช่องดักอากาศที่ได้รับการปรับเปลี่ยน อุปกรณ์ตกแต่งต่าง ๆ และกระบังด้านหลังส่งผลให้รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4 รุ่นปรับโฉมใหม่สวยงามเร้าใจกว่าที่เคย

การออกแบบภายในของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4 รุ่นปรับโฉมใหม่ สวยงามลงตัวด้วยวัสดุตกแต่งภายในที่เคลือบด้วยสีเงินและโครเมียม ตัดกับสีดำเงาของแผงคอนโซลกลางอย่างลงตัว ให้ภาพลักษณ์ที่ดูหรูหราและทันสมัย โดดเด่นด้วยแผงควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ที่ประกอบขึ้นอย่างประณีตด้วยการเย็บแบบตะเข็บคู่ และยังมาพร้อมกับเครื่องหนังและตะเข็บสีใหม่ให้เลือกแต่งได้ตามสไตล์ที่เหมาะกับบุคลิกของผู้ขับ

รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4 รุ่นปรับโฉมใหม่มีสีตัวถังให้เลือก ได้แก่ สีน้ำเงิน Snapper Rocks และสีส้ม Sunset โดดเด่น ดึงดูดทุกสายตา และยังมีอุปกรณ์เสริมและอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือกสรรได้ตามความชอบ

ระบบควบคุมเครื่องยนต์และช่วงล่างแบบใหม่เพื่อประสิทธิภาพในการขับเคลื่อน

รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4 รุ่นปรับโฉมใหม่ มาพร้อมกับระบบช่วงล่างใหม่ เพื่อการตอบสนองในการขับขี่ที่ ยอดเยี่ยมกว่าเดิม คงเอกลักษณ์ความสปอร์ตและความสะดวกสบายในการขับขี่ไว้ได้เป็นอย่างดี ให้คุณสามารถขับขี่ได้อย่างโลดแล่นในทุกรูปแบบของการเคลื่อนไหว โดยไม่ต้องคำนึงถึงน้ำหนักที่อยู่บนตัวรถ ด้วยระบบควบคุมช่วงล่างใหม่ ซึ่งรวมไปถึงแบบ M Sport suspension รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4 รุ่นปรับโฉมใหม่ มีความมั่นคงและตอบสนองตรงตามความต้องการของผู้ขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น

ระบบนำทางและจอแสดงผลใหม่เพื่อความสะดวกสบาย


ผู้ขับขี่สามารถใช้งานระบบนำทางในรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4 รุ่นปรับโฉมใหม่ ซึ่งมาในรูปแบบ Tile ขนาดใหญ่เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน โดยสามารถปรับให้แสดงสัญลักษณ์ของเมนูต่างๆ ที่สำคัญตามต้องการ เพื่อให้สามารถเรียกใช้งานได้ทันที

บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4 คูเป้: ดีไซน์แห่งยนตรกรรมที่สมดุล

บีเอ็มดับเบิลยู 430i คูเป้ Luxury: 3,499,000 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
บีเอ็มดับเบิลยู 430i คูเป้ M Sport : 3,799,000 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)


บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 4 คูเป้ มาพร้อมความโฉบเฉี่ยวและสมรรถนะอันเปี่ยมประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น ด้วยความยาวของฐานล้อและความกว้างของตัวรถที่มากกว่ารุ่นก่อนหน้า ในขณะที่ความสูงลดลง เพิ่มความปราดเปรียวสไตล์สปอร์ต คูเป้มากยิ่งขึ้น ผสานกับเอกลักษณ์เฉพาะตัวของบีเอ็มดับเบิลยู ได้แก่ ระยะห่างระหว่างล้อกับกันชนหน้าที่สั้น แต่มีความยาวของฝากระโปรงหน้า มากขึ้น และห้องโดยสารที่เน้นความสะดวกสบาย รวมถึงแนวหลังคาที่ลาดลงอย่างไหลลื่นสวยงาม ส่งผลให้บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4 คูเป้เป็นที่สุดแห่งการดีไซน์ และยังเหมาะสำหรับการใช้งานขับขี่ในทุก ๆ วัน

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบในบีเอ็มดับเบิลยู 430i คูเป้ ส่งกำลังสูงสุด 185 กิโลวัตต์/252 แรงม้า พร้อมแรงบิด 350 นิวตันเมตร มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 15.6 กิโลเมตรต่อลิตร และมีอัตราการปล่อย CO2 ที่ 147 กรัมต่อกิโลเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา 5.8 วินาที เร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

บีเอ็มดับเบิลยู 430i คูเป้ Luxury มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ Steptronic เสริมความสง่างามด้วยล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วแบบ multi-spoke และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนังพิเศษแบบ Individual
ส่วนบีเอ็มดับเบิลยู 430i คูเป้ M Sport มากับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ Steptronic Sport และกล้องแสดงภาพด้านหลัง โฉบเฉี่ยวหรูหราด้วยชุดแต่ง M aerodynamics ล้ออัลลอย M ขนาด 19 นิ้วแบบ Double-spoke และตกแต่งภายนอกด้วยขอบหน้าต่างสีดำเงาภายใน โดดเด่นด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนังแท้ดีไซน์ M พร้อมก้านเปลี่ยนเกียร์ และมาพร้อมระบบเสียงรอบทิศทางจาก Harman Kardon

บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4 คอนเวอร์ทิเบิล: ที่สุดแห่งอิสระอันไร้ที่ติ

บีเอ็มดับเบิลยู 430i คอนเวอร์ทิเบิล Luxury : 3,999,000 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
บีเอ็มดับเบิลยู 430i คอนเวอร์ทิเบิล M Sport : 4,299,000 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)


บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4 คอนเวอร์ทิเบิล มาพร้อมความเร้าใจในสไตล์รถเปิดประทุน ความสูงหลังคาที่เพิ่มขึ้นเพิ่มความรู้สึกดุดันกว้างขวาง ในขณะที่ฝากระโปรงท้ายที่ยาวขึ้นช่วยเน้นความแข็งแกร่งโฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ต ส่วนหลังคาเปิดประทุนที่ให้ความรู้สึกราวกับองค์ประกอบเรือที่หรูหรา เติมเต็มความสง่างามให้สมบูรณ์แบบ

บีเอ็มดับเบิลยู 430i คอนเวอร์ทิเบิล ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ พร้อมมอบกำลังสูงสุด 185 กิโลวัตต์/252 แรงม้า พร้อมแรงบิด 350 นิวตันเมตร มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 15.6 กิโลเมตรต่อลิตร และมีอัตราการปล่อย CO2 ที่ 147 กรัมต่อกิโลเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.3 วินาที และเร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

บีเอ็มดับเบิลยู 430i คอนเวอร์ทิเบิล Luxury มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วแบบ multi-spoke หลังคาเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบช่วยเก็บสัมภาระขณะหลังคาเปิด และตกแต่งภายนอกแบบ Luxury Line
ขณะที่บีเอ็มดับเบิลยู 430i คอนเวอร์ทิเบิล M Sport โดดเด่นด้วยชุดแต่ง M Aerodynamics ล้ออัลลอย Mขนาด 19 นิ้วแบบ double-spoke และขอบหน้าต่างสีดำเงาจากชุดแต่ง BMW Individual หลังคาภายในตกแต่งอย่างสวยงามลงตัวด้วยวัสดุสีดำ anthracite จาก BMW Individual พร้อมด้วยระบบเสียงรอบทิศทางจาก Harman Kardon

บีเอ็มดับเบิลยู M4: ที่สุดแห่งยนตรกรรมสายพันธุ์สปอร์ต

บีเอ็มดับเบิลยู M4 คูเป้ : ราคาเริ่มต้นที่ 8,299,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M4 โดดเด่นด้วยตราสัญลักษณ์ M ซึ่งสะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับรถยนต์สไตล์สปอร์ตตระกูล M ที่มีเครื่องยนต์เป็นหัวใจสำคัญ โดยเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ 6 สูบแบบใหม่ในรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M4 คูเป้ ผสานข้อได้เปรียบของเครื่องยนต์รอบสูงทั่วไปที่ไม่ใช้ระบบอัดอากาศ เข้ากับความแรงของเทคโนโลยีเทอร์โบชาร์จเจอร์ สามารถส่งกำลังสูงสุดได้ถึง 431 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 550 นิวตัน-เมตรที่ 1,850 – 5,500 รอบ/นาที ซึ่งมากกว่าแรงบิดสูงสุดของรถยนต์ที่ยอดเยี่ยมอย่างบีเอ็มดับเบิลยู M3 ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ แม้จะมาพร้อมสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น แต่รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M4 คูเป้ ยังประสบความสำเร็จในการลดอัตราสิ้นเปลืองพลังงานและอัตราการปล่อยมลพิษได้ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ และสามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลาเพียง 4.1 วินาที ด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติแบบคลัชท์คู่ M 7 สปีด

หัวใจแห่งความสำเร็จของสมรรถภาพทรงพลังสูงสุดและประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมเกิดขึ้นจากการลดน้ำหนักของตัวรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M4 คูเป้ ได้มากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 80 กิโลกรัม และด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงน้ำหนักที่เบานี้เอง ส่งผลให้รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M4 คูเป้ นี้สร้างมาตรฐานใหม่ของคอนเซ็ปต์โดยรวม และการตอบสนองที่แม่นยำและความคล่องตัว ด้วยดีไซน์อัจฉริยะที่คัดเลือกวัสดุที่มีน้ำหนักเบา โดยใช้พลาสติกเสริม ใยคาร์บอน (CFRP) และอะลูมิเนียมมาเป็นส่วนประกอบของโครงแชสซีและตัวถัง นอกจากนี้ หลังคาของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M4 คูเป้ ยังสร้างจากวัสดุคาร์บอนเสริมใยทั้งหมด

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก เราผลิตและจำหน่ายรถยนต์ภายใต้แบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ, โรลส์-รอยซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด โดยมีเครือข่ายการผลิต 31 แห่งใน 14 ประเทศ อีกทั้งยังมีเครือข่ายผู้จำหน่ายและบริการมากกว่า 140 ประเทศทั่วโลก

ในปีพ.ศ. 2559 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มียอดขายรถยนต์ 2.367 ล้านคัน และมอเตอร์ไซค์กว่า 145,000 คันทั่วโลก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มีพนักงานทั้งหมด 122,244 คนทั่วโลก

ความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปได้รับการขับเคลื่อนจากพลังแห่งวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี สร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม และให้บริการกับลูกค้าอย่างดีที่สุด นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน โดยการคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในทุกผลิตภัณฑ์และในทุกขั้นตอนการผลิตอีกด้วย

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เป็นสาขาของ BMW AG ประเทศเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2541 โดยประกอบไปด้วยสามบริษัท ได้แก่ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการขายและการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ภายใต้แบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด และบริษัท บีเอ็มดับเบิลยู ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านบริการทางการเงินสำหรับผู้จำหน่ายรถยนต์และลูกค้าบุคคล

ในปี 2559 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องด้วยยอดส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู และมินิ จำนวน 7,923 คัน และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดได้สร้างสถิติใหม่ด้วยยอดขาย 1,819 คัน

ในปี 2560 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เริ่มต้นศักราชใหม่ด้วยยอดขายในเดือนมกราคมซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ด้วยยอดรวมจากบีเอ็มดับเบิลยู และมินิ 745 คัน ซึ่งเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 22% ในขณะที่ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย มียอดขายเติบโตขึ้น 22% ในเดือนมกราคม 2560 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สร้างสถิติประสบความสำเร็จในฐานะตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดเป็นอันดับที่สามของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ทั่วโลก

ในด้านการผลิต โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นเครื่องสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบีเอ็ม ดับเบิลยู กรุ๊ป ที่มีต่อตลาดในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะตลาดประเทศไทย ว่าเป็นตลาดที่สามารถเติบโตได้อย่างมีนัยยะสำคัญ และด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่ตั้ง ฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง และพนักงานผู้เชี่ยวชาญในด้านยนตรกรรม ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการประกอบยนตรกรรมของบีเอ็มดับเบิลยูในภูมิภาคอาเซียนที่ผ่านมา มีการลงทุนทั้งสิ้นกว่า 4.6 พันล้านบาท เพื่อรองรับการขยายกระบวนการประกอบภายในโรงงานและเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สืบเนื่องจากการจัดซื้อชิ้นส่วนยานยนต์จากประเทศไทยในแต่ละปีเป็นจำนวนมากเพื่อป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในประเทศและเพื่อส่งออก คิดเป็นมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี บีเอ็มดับเบิลยูจึงจัดตั้งสำนักงานจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์ขึ้นในประเทศไทยด้วย เพื่อจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์จากซัพพลายเออร์ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับเครือข่ายการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยู 31 แห่ง ใน 14 ประเทศทั่วโลก

ณ ปี พ.ศ. 2559 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย สามารถประกอบรถยนต์รุ่นต่างๆ ทั้งหมด 19 รุ่น ได้แก่

บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 1, บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3, บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 Gran Turismo, บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5, บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7, บีเอ็มดับเบิลยู X1, บีเอ็มดับเบิลยู X3, บีเอ็มดับเบิลยู X4, บีเอ็มดับเบิลยู X5 และ มินิ คันทรีแมน สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู F 800 R, บีเอ็มดับเบิลยู F 800 GS, บีเอ็มดับเบิลยู F 700 GS, บีเอ็มดับเบิลยู R 1200 GS, บีเอ็มดับเบิลยู R 1200 GS Adventure, บีเอ็มดับเบิลยู F 800 GT, บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR และ บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 XR นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทยยังขยายสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด 2 รุ่นในประเทศไทย ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู 330e และบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e M Sport

ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2559 เป็นต้นมา บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทยยังพัฒนาศักยภาพในการประกอบรถยนต์เพื่อรองรับการส่งออกรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู X5 และ บีเอ็มดับเบิลยู X3 สู่ตลาดในประเทศจีนอีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
1-800-269-269
www.bmw.co.th
www.mini.co.th
www.bmw-motorrad.co.th

สื่อมวลชนติดต่อ
บริษัท คาร์ลบายร์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์
สุธาทิพย์ บุญแสง (08-7685-1695 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 102)
ธรธวัช ทองแนบ (08-3225-4567 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 206)
ปวริศา ธนวจีรัณ (08-6564-4726 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 155)
sboonsaeng@carlbyoir.com, tthongnab@carlbyoir.com, pthanawajeran@carlbyoir.com