ชาญฉลาด แปลกใหม่ เปี่ยมประสิทธิภาพ

หลักอากาศพลศาสตร์และระบบจัดการพลังงาน

ชาญฉลาด แปลกใหม่ เปี่ยมประสิทธิภาพ

หลักอากาศพลศาสตร์และระบบจัดการพลังงาน

รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูทุกคันใช้เทคโนโลยี BMW EfficientDynamics เช่น ระบบสตาร์ท-ดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ ระบบชาร์จไฟแบตเตอรี่แบบอัตโนมัติหรือระบบพวงมาลัยไฟฟ้า เป็นคุณสมบัติมาตรฐาน การผนวกรวมเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ไว้ด้วยกันเพื่อให้มีระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะนั้นจะช่วยให้เรามีระบบขับเคลื่อนที่ยั่งยืนในปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้น การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ยังให้สมรรถนะและประสิทธิภาพได้มากขึ้นกว่าที่เคย

ชาญฉลาด แปลกใหม่ เปี่ยมประสิทธิภาพหลักอากาศพลศาสตร์และระบบจัดการพลังงาน

รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูทุกคันใช้เทคโนโลยี BMW EfficientDynamics เช่น ระบบสตาร์ท-ดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ ระบบชาร์จไฟแบตเตอรี่แบบอัตโนมัติหรือระบบพวงมาลัยไฟฟ้า เป็นคุณสมบัติมาตรฐาน การผนวกรวมเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ไว้ด้วยกันเพื่อให้มีระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะนั้นจะช่วยให้เรามีระบบขับเคลื่อนที่ยั่งยืนในปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้น การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ยังให้สมรรถนะและประสิทธิภาพได้มากขึ้นกว่าที่เคย

หลักการอากาศพลศาสตร์

รายละเอียดเล็กๆ ที่ให้คุณประโยชน์ยิ่งใหญ่

แนวคิดดีๆ ไม่จำเป็นต้องซับซ้อนเสมอไป: ด้วยหลักการอากาศพลศาสตร์แบบมีเป้าหมาย เช่น การควบคุมการระบายอากาศ สปอยเลอร์อัจฉริยะด้านหลังหรือระบบ Air Curtain ในกันชนหน้า บีเอ็มดับเบิลยูของคุณจึงให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ส่งผลดีต่อประสิทธิภาพและเสถียรภาพในการขับขี่ พร้อมลดเสียงรบกวนในห้องโดยสาร สัมผัสด้วยตัวคุณเอง

สปอยเลอร์อัจฉริยะด้านหลัง

เมื่อความเร็วเพิ่มขึ้น แรงที่กระทำกับตัวถังรถยนต์จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ที่ความเร็ว 110 กม./ชั่วโมง สปอยเลอร์อัจฉริยะด้านหลังจะขยายออกโดยอัตโนมัติ แรงต้านอากาศจึงลดลง ให้การยึดเกาะถนนเป็นเลิศ และลดการยกตัวของเพลาหลัง นอกจากนั้น ยังช่วยลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและการปล่อย CO2 ที่ความเร็ว 70 กม./ชั่วโมง สปอยเลอร์ด้านหลังจะหดตัวโดยอัตโนมัติ

ระบบ Air Curtain

ขณะที่คุณควบคุมรถยนต์ ระบบ Air Curtain จะทำหน้าที่ควบคุมกระแสลม ระบบดังกล่าวจะลดแรงต้านกระแสลมของตัวถังด้วยวิธีที่เรียบง่ายอย่างน่าประหลาดใจ แต่ให้ประสิทธิภาพสูงเป็นเยี่ยม ช่องขนาดแคบจะเพิ่มความเร็วของกระแสลมและนำกระแสลมผ่านล้อไปอย่างรวดเร็ว จึงช่วยลดการปั่นป่วนของอากาศบริเวณซุ้มล้อและลดแรงต้านที่เกิดจากตัวถัง ตลอดจนลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและการปล่อย CO2

การควบคุมการระบายอากาศ

การควบคุมการระบายอากาศสามารถตรวจจับได้ว่า เมื่อใดที่เครื่องยนต์ เบรก และส่วนประกอบอื่นๆ ต้องการอากาศ และเปิดช่องระบายอากาศโดยอัตโนมัติ เมื่อไม่ต้องการรับอากาศเข้าสู่ภายในอีกต่อไป ระบบจะปิดช่องระบายอากาศลงอีกครั้ง คุณสมบัตินี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับหลักอากาศพลศาสตร์ และลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

Air Blade.

Air Blade ส่วนขยายของเสา C (C-pillar) ที่มีขอบคมชัด เพื่อแยกกระแสลมออกจากกัน จึงช่วยลดพื้นที่กระแสลมปั่นป่วน (Wake) ด้านหลังรถ คุณสมบัตินี้ช่วยลดแรงต้านทางอากาศพลศาสตร์ที่ด้านหลัง ส่งผลให้ลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและการปล่อย CO2 ด้วยเช่นกัน

ขอบล้อรีดลม

รองรับการปะทะของกระแสลมได้เป็นอย่างดี: ขอบล้อรีดลมที่กระแสลมสามารถผ่านได้อย่างสะดวกในรูปแบบกังหัน ช่วยนำกระแสลมผ่านไปทางด้านข้างของรถได้ดีเยี่ยม จึงช่วยเสริมประสิทธิภาพให้กับหลักอากาศพลศาสตร์ของรถยนต์ได้เป็นอย่างดี

Air Breather.

ยิ่งเร่งเครื่อง ยิ่งโลดแล่นได้เร็วยิ่งขึ้น โดยไม่รู้สึกถึงแรงต้านของกระแสลมแต่อย่างใด นี่เป็นเพราะระบบ Air Breather ที่เป็นช่องให้อากาศไหลผ่านจากล้อหน้า จึงช่วยลดการปั่นป่วนของอากาศบริเวณซุ้มล้อและขจัดลมหมุนที่จะเกิดขึ้น อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและระดับการปล่อย CO2 จึงลดลง

หลักการอากาศพลศาสตร์ใน BMW i8

ด้วยตัวถังที่เพรียวลม ในรูปทรงกรวยที่โดดเด่นสะดุดตา และมีน้ำหนักเบา BMW i8 จึงสะท้อนเอกลักษณ์ของรถยนต์สปอร์ตสายพันธุ์แท้ได้อย่างชัดเจน และเมื่อผนวกกับคุณสมบัติทางอากาศพลศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพมากมาย ผลลัพธ์ที่ได้คือสมรรถนะสูงสุดและประสิทธิภาพที่เป็นเลิศ หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นคือไฟท้าย LED ที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยหลักการออกแบบที่ซ้อนหลายระดับ (Layering Design Principles) และสร้างขึ้นเสมือนเป็นช่องลมที่ให้กระแสลมไหลผ่านได้

 

อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเป็นลิตร/100 กม.ในสภาวะรวม: 2.1
ระดับการปล่อย CO2 เป็นกรัม/กิโลเมตร: 49
อัตราการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าเป็นกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง/100 กม. ในสภาวะรวม: 11.9

ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ

ประหยัดเชื้อเพลิง แต่ไม่จำกัดความสนุก

เทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ เช่น ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า โหมด ECO PRO หรือระบบชาร์จไฟแบตเตอรี่แบบอัตโนมัติ ผนึกกำลังเพื่อช่วยประหยัดพลังงาน และให้คุณสนุกกับการขับขี่ได้มากยิ่งขึ้น นี่คือคุณสมบัติเหนือระดับที่เรานำเสนอ

ระบบชาร์จไฟแบตเตอรี่แบบอัตโนมัติ

เมื่อคุณเหยียบเบรก พลังงานจะถูกสร้างขึ้นด้วยเช่นกัน พลังงานจลน์ที่มีค่าสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ โดยระบบชาร์จไฟแบตเตอรี่แบบอัตโนมัติจะเปลี่ยนรูปของพลังงานจลน์ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้า และใช้เพื่อชาร์จแบตเตอรี่แทนที่จะปล่อยให้หมดไปโดยไม่เกิดประโยชน์ เครื่องยนต์จะใช้กำลังน้อยลงในการชาร์จแบตเตอรี่ และส่งผลให้มีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและการปล่อยมลพิษน้อยลง

โหมด ECO PRO

มุ่งความสนใจไปที่ความสนุกในการขับขี่ได้อย่างเต็มที่ เพราะเพียงกดปุ่ม ประสิทธิภาพจะเพิ่มขึ้นได้ทันที โหมด ECO PRO ช่วยให้คุณประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด 20% โดยไม่ต้องดำเนินการใดๆ และสามารถประหยัดเชื้อเพลิงประมาณ 5% ด้วยการใช้ฟังก์ชันการทำงานเพิ่มเติม อัตราการประหยัดเชื้อเพลิงโดยรวมจะถูกแปลงเป็นจำนวนไมล์ที่ชัดเจน และแสดงเป็นช่วงการขับขี่เพิ่มเติมในคอมพิวเตอร์ของระบบรถยนต์ ผลลัพธ์ก็คือ คุณสามารถเห็นระยะทางที่ยังขับขี่ได้อยู่ตลอดเวลา

ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า

ระบบแบบเดิมที่สนับสนุนกำลังของพวงมาลัยรถยนต์จะทำงานด้วยระบบไฮดรอลิกส์ โดยจะทำงานอยู่ตลอดเวลา แม้ผู้ขับขี่ไม่ได้หมุนพวงมาลัยเลยก็ตาม ส่งผลให้ต้องใช้พลังงานในการทำงาน แต่สำหรับระบบพวงมาลัยไฟฟ้า จะมีการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแทนไฮดรอลิกส์ และจะทำงานเมื่อผู้ขับขี่หมุนพวงมาลัยจริงๆ เท่านั้น บนถนนทางตรงหรือมีองศาการหมุนพวงมาลัยคงที่ในช่วงโค้ง ระบบจะไม่แทรกแซงและไม่มีการใช้พลังงาน ส่งผลให้อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลดลง แต่ยังคงสมรรถนะการขับขี่ที่เป็นเยี่ยมของบีเอ็มดับเบิลยูไว้เช่นเดิม

ช่วงการขับขี่เพิ่มเติม

โหมด ECO PRO ที่มีการสิ้นเปลืองพลังงานอย่างเหมาะสม จะช่วยให้แน่ใจว่าคันเร่งและตัวกำหนดการเข้าเกียร์ รวมถึงระบบควบคุมการทำความร้อน/การปรับตามสภาพอากาศจะมีการปรับเปลี่ยนอย่างชาญฉลาด คำแนะนำของ ECO PRO จะช่วยให้คุณมีลักษณะในการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น และช่วงการขับขี่เพิ่มเติมจะแจ้งให้คุณทราบว่าคุณสามารถขับขี่ได้อีกกี่กิโลเมตรด้วยการใช้อัตราสิ้นเปลืองพลังงานที่เหมาะสมในโหมด ECO PRO

เทคโนโลยีประหยัดพลังงานเพื่อความสนุกในการขับขี่อย่างเต็มประสิทธิภาพ

สถานการณ์ที่แตกต่างกันต้องการการตอบสนองที่ไม่เหมือนกัน เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เช่น สัญลักษณ์แสดงการเปลี่ยนเกียร์อัจฉริยะ (Optimum Shift Indicator) หรือระบบสตาร์ท-ดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ (Automatic Stop/Start) ช่วยให้ผู้ขับขี่เลือกรูปแบบการตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น จึงขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งกว่าเดิม

  • สัญลักษณ์แสดงการเปลี่ยนเกียร์อัจฉริยะ

    การเลือกช่วงเวลาในการเปลี่ยนเกียร์คือกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความมีประสิทธิภาพ ระบบจะคำนวณหาเกียร์ที่เหมาะสมที่สุดในช่วงเวลาหนึ่งตามสถานการณ์การขับขี่และความเร็วของเครื่องยนต์ แล้วแสดงบนหน้าจอแสดงข้อมูล

    ระบบยังรับรู้ได้ถึงการเร่งเครื่องอย่างรวดเร็ว และจะยังไม่แสดงคำแนะนำจนกว่าความเร็วของเครื่องยนต์จะเพิ่มขึ้น จากการทดสอบเปรียบเทียบพบว่า รถยนต์ที่มีสัญลักษณ์แสดงการเปลี่ยนเกียร์อัจฉริยะจะใช้เชื้อเพลิงน้อยกว่าประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์

  • ระบบสตาร์ท-ดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ

    ช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบสตาร์ท-ดับเครื่องยนต์อัตโนมัติจะควบคุมให้มีการใช้เชื้อเพลิงเฉพาะเมื่อรถยนต์เคลื่อนที่เท่านั้น เมื่อรถหยุดลงชั่วขณะ เช่น เมื่อรอสัญญาณไฟหรือเมื่อสภาพการจราจรคับคั่ง ระบบสตาร์ท-ดับเครื่องยนต์อัตโนมัติจะประหยัดเชื้อเพลิงด้วยการดับเครื่อง และทันทีที่มีการปล่อยคลัตช์ (เกียร์แมนนวล) หรือปล่อยเบรก (เกียร์ Steptronic) เครื่องยนต์จะเริ่มทำงานอีกครั้งโดยอัตโนมัติในเสี้ยววินาที

  • ยางที่ลดความต้านทานการหมุนล้อ

    บนทางด่วน ในเมือง และทุกแห่ง ไม่ว่าคุณจะขับขี่อยู่ที่ใด ยางรถยนต์จะเสริมแรงอันทรงพลังในระหว่างที่โลดแล่นบนถนน ขณะสัมผัสผิวหน้าถนน รูปทรงของยางจะมีการเปลี่ยนแปลง คุณสมบัติการเปลี่ยนรูปนี้จะเปลี่ยนกลับ เมื่อไม่มีการสัมผัสผิวถนนแล้วเท่านั้น ยางที่มีคุณสมบัติลดความต้านทานการหมุนล้อจะใช้วัสดุชนิดพิเศษเพื่อช่วยเสริมแรงให้กับดอกยางและแก้มยางรถ ซึ่งจะลดความยืดหดตัวของยางเมื่อเปรียบเทียบกับยางแบบเดิม จึงลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและการปล่อยมลพิษลงอย่างเห็นได้ชัด

อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและระดับการปล่อย CO2

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและระดับการปล่อย CO2 อย่างเป็นทางการของรถยนต์ใหม่ได้จากคู่มือเกี่ยวกับอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและระดับการปล่อย CO2 ของรถยนต์ใหม่โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้จากจุดจำหน่ายรถยนต์และ DAT Deutsche Automobil Treuhand GmbH, Hellmuth-Hirth-Str. 1, 73760 Ostfildern ประเทศเยอรมนี