บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ร่วมกับโรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ มอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมด้วยบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 ใหม่
ข่าวประชาสัมพันธ์ | 2560.01.18

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ร่วมกับโรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ มอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมด้วยบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 ใหม่

ในภาพ (จากซ้ายไปขวา)
1. คุณญาดานันท์ บุนนาค ฝ่ายขายลูกค้าทางการทูตและลูกค้าฟลีต บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย
2. คุณลาร์ส นีลเซ่น ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย
3. คุณวุฒิเวช เวชชบุษกร ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ
4. คุณเซบาสเตียน ปิซาโน่ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ
5. คุณเฮอร์มัน เจ เออลิค ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ
6. คุณปัญจวิไล ทรงอิ่ม กรรมการผู้จัดการ The Oriental Trans and Car Service Co., Ltd.
7. คุณสเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
8. คุณประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย
9. คุณเอดูวาโด้ เกาล์วาว ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ

 

กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และโรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ ได้ร่วมฉลองการส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport ใหม่ จำนวน 9 คัน เพื่อเติมเต็มที่สุดแห่งประสบการณ์ความสะดวกสบายระดับพรีเมียมให้แก่ลูกค้า และตอกย้ำชื่อเสียงของโรงแรมในฐานะผู้นำด้านการให้บริการ ทั้งนี้ โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ ได้ให้ความไว้วางใจในยานยนต์หรูจากบีเอ็มดับเบิลยูมาแล้วเป็นเวลากว่า 5 ปี ในการให้บริการกับกลุ่มลูกค้าระดับวีไอพีโดยเฉพาะ


บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport ได้รับการออกแบบที่เพิ่มความหรูหราและความสปอร์ต โดยยังคงผสมผสานความสะดวกสบายและสมรรถนะการขับขี่ไว้อย่างครบครัน และโดดเด่นด้วยดีไซน์แบบสปอร์ตพร้อมไฟหน้าที่โฉบเฉี่ยวแบบ LED ปรับอัตโนมัติ กระจังหน้าไตคู่ล้อมกรอบโครเมียม และมาพร้อมกับระบบ Air Flap Control ซึ่งจะทำงานเมื่อตัวรถต้องการระบายความร้อน ส่วนห้องโดยสารภายในกว้างขวางและโดดเด่นด้วยฟังก์ชั่นและดีไซน์พิเศษที่ออกแบบมาเพื่อประสบการณ์การเดินทางที่เหนือกว่าของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร โดยมีการเพิ่มวัสดุลดเสียงรบกวนจากภายนอกห้องโดยสาร รวมถึงอุปกรณ์ภายในเพื่อความสะดวกสบาย ด้วยฟังก์ชั่นนวดไฟฟ้าสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ระบบเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon ขนาด 600 วัตต์ พร้อมลำโพง 16 ตัว รวมถึงหลังคากระจกแบบ Sky Lounge Panorama ที่ใช้ไฟแอลอีดีบริเวณด้านข้างส่องให้แผ่นกระจกเปล่งประกายระยิบระยับทั่วแผ่น ราวกับเป็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยผืนดาว

 

นอกจากนี้ ยังมีระบบความบันเทิงรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นจอแสดงผลสำหรับผู้โดยสารขนาด 9.2 นิ้ว สามารถปรับและควบคุมระบบต่างๆ ได้อย่างอิสระผ่านสวิตซ์ iDrive ที่ติดตั้งอยู่บริเวณที่พักแขน ซึ่งทำงานร่วมกับ BMW Gesture Control หรือการสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหวของมือโดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ โดยใช้เซ็นเซอร์ 3 มิติจับการเคลื่อนไหวเพื่อสั่งงานระบบควบคุมความบันเทิงและการสื่อสาร นอกจากนี้ ผู้โดยสารยังสามารถเลือกสั่งการและควบคุมระบบต่างๆ ของรถจากการสัมผัสหน้าจอแท็บเล็ตพกพาขนาด 7 นิ้วด้วยฟังก์ชั่นบีเอ็มดับเบิลยู ทัช คอมมานด์ (BMW Touch Command) ที่ครอบคลุมทั้งการปรับที่นั่ง แสงไฟภายในตัวรถ การปรับอุณหภูมิ รวมถึงระบบความบันเทิงต่างๆ ระบบนำทาง และระบบการสื่อสาร เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายอีกระดับให้แก่ผู้โดยสาร

 

นอกจากความหรูหราและระบบความบันเทิงรูปแบบใหม่ บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อที่สุดของความสะดวกสบายในทุกการใช้งานของผู้โดยสาร ทั้งห้องโดยสารที่กว้างขึ้นพร้อมสัดส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระที่ลงตัว นอกจากนี้ ยังใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่ช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้อย่างดีเยี่ยมอยู่ที่ 18.2 กิโลเมตร/ลิตร พร้อมด้วยระบบช่วงล่างล้อหลังแบบถุงลมสามารถปรับระดับได้อัตโนมัติ เพื่อสุนทรียะในการขับขี่ตลอดการเดินทางของผู้โดยสาร

รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport ใหม่

รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport ใหม่

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก เราผลิตและจำหน่ายรถยนต์ภายใต้แบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และโรลส์-รอยซ์ และมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู โดยมีเครือข่ายการผลิต 31 แห่งใน 14 ประเทศ อีกทั้งยังมีเครือข่ายผู้จำหน่ายและบริการมากกว่า 140 ประเทศทั่วโลก

 

 

ในปี พ.ศ.2559 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มียอดขายรถยนต์ 2.367 ล้านคัน และมอเตอร์ไซค์กว่า 145,000 คันทั่วโลก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มีพนักงานทั้งหมด 122,244 คนทั่วโลก

 

 

ความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปได้รับการขับเคลื่อนจากพลังแห่งวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี สร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม และให้บริการกับลูกค้าอย่างดีที่สุด นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน โดยการคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในทุกผลิตภัณฑ์และในทุกขั้นตอนการผลิตอีกด้วย

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เป็นสาขาของ BMW AG ประเทศเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2541 โดยประกอบไปด้วยสามบริษัท ได้แก่ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการขายและการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ภายใต้แบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด และบริษัท บีเอ็มดับเบิลยู ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านบริการทางการเงินสำหรับผู้จำหน่ายรถยนต์และลูกค้าบุคคล

 

ในปี 2558 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังคงประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องด้วยสถิติยอดขายประจำปีสูงสุดของทั้งบีเอ็มดับเบิลยู มินิและบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด กับยอดส่งมอบรวมกว่า 10,000 คัน ซึ่งในจำนวนนี้ มียอดส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู และมินิ จำนวน 8,768 คัน เพิ่มขึ้น 5 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด 1,280 คัน เพิ่มขึ้น 83 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รวมเป็นสถิติยอดส่งมอบของทั้งสามแบรนด์ที่ 10,048 คันในปี 2558 ซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และนับเป็นการสร้างสถิติแห่งความสำเร็จของแต่ละแบรนด์ ทั้งบีเอ็มดับเบิลยู มินิและบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด

 

โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นเครื่องสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่มีต่อตลาดในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะตลาดประเทศไทย ว่าเป็นตลาดที่สามารถเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ และด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่ตั้ง ฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง และพนักงานผู้เชี่ยวชาญในด้านยนตรกรรม ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการประกอบยนตรกรรมของบีเอ็มดับเบิลยูในภูมิภาคอาเซียน สำหรับในปี 2559 นี้ จะมีการลงทุนเพิ่มอีก 488 ล้านบาท เพิ่มเติมจากยอดเงินลงทุนที่ผ่านมาทั้งสิ้นกว่า 3.7 พันล้านบาท เพื่อรองรับการขยายกระบวนการประกอบภายในโรงงานและเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สืบเนื่องจากการจัดซื้อชิ้นส่วนยานยนต์จากประเทศไทยในแต่ละปีเป็นจำนวนมากเพื่อป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในประเทศและเพื่อส่งออก คิดเป็นมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี บีเอ็มดับเบิลยูจึงเตรียมจัดตั้งสำนักงานจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์ขึ้นในประเทศไทยด้วย เพื่อจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์จากซัพพลายเออร์ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับเครือข่ายการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยู 31 แห่ง ใน 14 ประเทศทั่วโลก

 

ในปี 2555 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้จับมือกับพันธมิตรเพื่อนำแนวคิดของระบบการศีกษาแบบทวิภาคมาปรับใช้งานในประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือกับหอการค้าไทยเยอรมัน (GTCC) ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) จนเกิดเป็นโครงการการศึกษาระบบทวิภาคีเยอรมัน-ไทย (German-Thai Dual Excellence Education (GTDEE) ซึ่งอยู่ภายใต้ขอบเขตของโครงการ BMW Service Apprentice Program และมีจุดมุ่งหมายเพื่ออบรมความรู้และฝึกฝนทักษะในสายงานด้านช่างเทคนิคให้แก่นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งนอกจากการเรียนรู้ด้านทฤษฎีแล้ว ยังรวมถึงการอบรมที่ศูนย์ฝึกอบรมของบีเอ็มดับเบิลยู และร่วมปฏิบัติงานกับช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญจากผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการ ความร่วมมือในโครงการดังกล่าวนี้ได้ช่วยให้เกิดการพัฒนาความสามารถของนักศึกษาให้เติบโตต่อยอดไปสู่การสร้างแรงงานฝีมือที่เปี่ยมด้วยทักษะ พร้อมร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านศูนย์กลางการผลิตยนตรกรรมระดับโลก

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

1-800-269-269
www.bmw.co.th
www.mini.co.th
www.bmw-motorrad.co.th

 

 

สื่อมวลชนติดต่อ
บริษัท คาร์ลบายร์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์
สุธาทิพย์ บุญแสง (08-7685-1695 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 102)
ธรธวัช ทองแนบ (08-3225-4567 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 206)
สวรส ถวิลวงศ์รักษ์ (08-9888-9799 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 223)
sboonsaeng@carlbyoir.com, tthongnab@carlbyoir.com, sthawinwongrak@carlbyoir.com