บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ร่วมกับโรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ เดินหน้าขยายสถานีชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ตอกย้ำความมุ่งมั่นสร้างสรรค์ยนตรกรรมเพื่ออนาคตแห่งความยั่งยืน
ข่าวประชาสัมพันธ์ | 2560.01.04

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ร่วมกับโรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ เดินหน้าขยายสถานีชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ตอกย้ำความมุ่งมั่นสร้างสรรค์ยนตรกรรมเพื่ออนาคตแห่งความยั่งยืน

กรุงเทพฯ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ตอกย้ำสถานะผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคตเพื่อความยั่งยืน จับมือโรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ เดินหน้าขยายเครือข่ายสถานีชาร์จ BMW i Wallbox Pure อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บริการชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดในตระกูลบีเอ็มดับเบิลยู iPerformance ทุกรุ่น สำหรับลูกค้าของผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยเท่านั้น โดยนอกจากจะไม่คิดค่าบริการใดๆ แล้ว ลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูยังสามารถทราบเวลาที่สามารถออกเดินทางครั้งต่อไปได้ โดยระบบคอมพิวเตอร์ในรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูจะคำนวณเวลาที่ต้องใช้ในการชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มความจุ พร้อมแสดงผลทางหน้าจอที่อยู่ด้านหลังพวงมาลัยคนขับ


มร. สเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “นอกจากการสร้างสรรค์ยนตรกรรมระดับพรีเมียมที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะ นวัตกรรมล้ำสมัย และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ บีเอ็มดับเบิลยูยังมีวิสัยทัศน์ที่มุ่งสร้างอนาคตแห่งความยั่งยืน ผ่านทางเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ ดังจะเห็นได้จากนวัตกรรมปลั๊กอินไฮบริด บีเอ็มดับเบิลยู iPerformance ที่ช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันและระดับการปล่อยมลภาวะลง โดยยังคงรักษาประสิทธิภาพและความเพลิดเพลินในการขับขี่ไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นในรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู i8 บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e หรือบีเอ็มดับเบิลยู 330e ปลั๊กอินไฮบริด ความร่วมมือกับโรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ ในการขยายบริการสถานีชาร์จ BMW i Wallbox Pure ให้กับลูกค้าในครั้งนี้ จะทำให้เราสามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น และถือเป็นอีกก้าวแห่งความสำเร็จที่จะนำเราไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน”


นางสาวนพรัตน์ อำภา ผู้จัดการทั่วไปและผู้ช่วยรองประธานฝ่ายบริหาร โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ กล่าวว่า “โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของกลุ่มโรงแรมบันยันทรีทั่วโลก ในฐานะผู้นำด้านธุรกิจการบริการระดับโลก ทางโรงแรมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกับบีเอ็มดับเบิลยูซึ่งเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมแห่งความยั่งยืน ในการติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในครั้งนี้ และเชื่อว่าความร่วมมือนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพการบริการ อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าของโรงแรมและนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต”


ปัจจุบัน บีเอ็มดับเบิลยู มีบริการสถานีชาร์จ BMW i Wallbox Pure รวมทั้งหมด 5 แห่งในประเทศไทย ซึ่งสถานีชาร์จ BMW i Wallbox Pure ยังมีให้บริการที่โซนจอดรถยนต์พิเศษของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และอาคารออล ซีซั่น เพลส โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ และโรงแรม เพนนินซูลา กรุงเทพฯ สำหรับลูกค้าของผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก เราผลิตและจำหน่ายรถยนต์ภายใต้แบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และโรลส์-รอยซ์ และมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู โดยมีเครือข่ายการผลิต 31 แห่งใน 14 ประเทศ อีกทั้งยังมีเครือข่ายผู้จำหน่ายและบริการมากกว่า 140 ประเทศทั่วโลก

 

ในปี พ.ศ.2558 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มียอดขายรถยนต์ 2.247 ล้านคัน และมอเตอร์ไซค์กว่า 137,000 คันทั่วโลก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มีพนักงานทั้งหมด 122,244 คนทั่วโลก

 

ความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปได้รับการขับเคลื่อนจากพลังแห่งวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี สร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม และให้บริการกับลูกค้าอย่างดีที่สุด นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน โดยการคำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในทุกผลิตภัณฑ์และในทุกขั้นตอนการผลิตอีกด้วย

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

 

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เป็นสาขาของ BMW AG ประเทศเยอรมนี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2541 โดยประกอบไปด้วยสามบริษัท ได้แก่ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการขายและการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านการผลิตรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ภายใต้แบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด และบริษัท บีเอ็มดับเบิลยู ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รับผิดชอบด้านบริการทางการเงินสำหรับผู้จำหน่ายรถยนต์และลูกค้าบุคคล

 

ในปี 2558 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังคงประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องด้วยสถิติยอดขายประจำปีสูงสุดของทั้งบีเอ็มดับเบิลยู มินิและบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด กับยอดส่งมอบรวมกว่า 10,000 คัน ซึ่งในจำนวนนี้ มียอดส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู และมินิ จำนวน 8,768 คัน เพิ่มขึ้น 5 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด 1,280 คัน เพิ่มขึ้น 83 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รวมเป็นสถิติยอดส่งมอบของทั้งสามแบรนด์ที่ 10,048 คันในปี 2558 ซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และนับเป็นการสร้างสถิติแห่งความสำเร็จของแต่ละแบรนด์ ทั้งบีเอ็มดับเบิลยู มินิและบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด

 

โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นเครื่องสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ที่มีต่อตลาดในทวีปเอเชีย โดยเฉพาะตลาดประเทศไทย ว่าเป็นตลาดที่สามารถเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ และด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของสถานที่ตั้ง ฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง และพนักงานผู้เชี่ยวชาญในด้านยนตรกรรม ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการประกอบยนตรกรรมของบีเอ็มดับเบิลยูในภูมิภาคอาเซียน สำหรับในปี 2559 นี้ จะมีการลงทุนเพิ่มอีก 488 ล้านบาท เพิ่มเติมจากยอดเงินลงทุนที่ผ่านมาทั้งสิ้นกว่า 3.7 พันล้านบาท เพื่อรองรับการขยายกระบวนการประกอบภายในโรงงานและเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สืบเนื่องจากการจัดซื้อชิ้นส่วนยานยนต์จากประเทศไทยในแต่ละปีเป็นจำนวนมากเพื่อป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในประเทศและเพื่อส่งออก คิดเป็นมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี บีเอ็มดับเบิลยูจึงเตรียมจัดตั้งสำนักงานจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์ขึ้นในประเทศไทยด้วย เพื่อจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์จากซัพพลายเออร์ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับเครือข่ายการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยู 31 แห่ง ใน 14 ประเทศทั่วโลก

 

ในปี 2555 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้จับมือกับพันธมิตรเพื่อนำแนวคิดของระบบการศีกษาแบบทวิภาคมาปรับใช้งานในประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือกับหอการค้าไทยเยอรมัน (GTCC) ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) จนเกิดเป็นโครงการการศึกษาระบบทวิภาคีเยอรมัน-ไทย (German-Thai Dual Excellence Education (GTDEE) ซึ่งอยู่ภายใต้ขอบเขตของโครงการ BMW Service Apprentice Program และมีจุดมุ่งหมายเพื่ออบรมความรู้และฝึกฝนทักษะในสายงานด้านช่างเทคนิคให้แก่นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งนอกจากการเรียนรู้ด้านทฤษฎีแล้ว ยังรวมถึงการอบรมที่ศูนย์ฝึกอบรมของบีเอ็มดับเบิลยู และร่วมปฏิบัติงานกับช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญจากผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการ ความร่วมมือในโครงการดังกล่าวนี้ได้ช่วยให้เกิดการพัฒนาความสามารถของนักศึกษาให้เติบโตต่อยอดไปสู่การสร้างแรงงานฝีมือที่เปี่ยมด้วยทักษะ พร้อมร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านศูนย์กลางการผลิตยนตรกรรมระดับโลก

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
1-800-269-269

www.bmw.co.th
www.mini.co.th
www.bmw-motorrad.co.th

 

สื่อมวลชนติดต่อ
บริษัท คาร์ลบายร์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์
สุธาทิพย์ บุญแสง (08-7685-1695 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 102)
ธรธวัช ทองแนบ (08-3225-4567 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 206)
สวรส ถวิลวงศ์รักษ์ (08-9888-9799 หรือ 0-2627-3501 ต่อ 223)
sboonsaeng@carlbyoir.com, tthongnab@carlbyoir.com, sthawinwongrak@carlbyoir.com