ระบบการทำงานที่ก้าวล้ำ

เทคโนโลยี บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e iPerformance.

ระบบการทำงานที่ก้าวล้ำ

เทคโนโลยี บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e iPerformance.

ระบบการทำงานที่ก้าวล้ำเทคโนโลยี บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e iPerformance.

เมื่อโลกในอุดมคติสองโลกมาบรรจบกันในยนตรกรรม Plug-In Hybrid ที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเหนือระดับ บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e นวัตกรรมที่พกพาความหรูหราและความอเนกประสงค์ไว้ในบีเอ็มดับเบิลยู X5 ได้อย่างลงตัว สมรรถนะการขับขี่ที่น่าประทับใจ โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพและความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เอกลักษณ์แห่งแนวคิดที่กลายมาเป็นความสมบูรณ์แบบในยนตรกรรม Sports Activity Vehicle ระดับพรีเมี่ยม

แนวคิด

บีเอ็มดับเบิลยู X5 มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำเทียบเท่ารถยนต์ขนาดเล็ก ป้องกันการลื่นไถลได้ดีเยี่ยมพร้อมความปราดเปรียวเหนือระดับด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ BMW xDrive และสมรรถนะคล่องตัวในทุกโหมดการขับขี่

ด้วยอรรถประโยชน์และความปราดเปรียว บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e จึงพร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการ อักษร eDrive ท้ายรถนับเป็นรายละเอียดที่ช่วยสร้างรูปลักษณ์ที่แตกต่างให้กับบีเอ็มดับเบิลยู X5 สิ่งที่ทำให้รถรุ่นนี้เหนือชั้นกว่ารถคันอื่นคือระยะทางที่สามารถขับขี่ได้โดยใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว สามารถขับขี่ภายในเมืองได้ประมาณ 30 กิโลเมตรโดยปราศจากก๊าซไอเสียและไม่สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงแม้แต่หยดเดียว แบตเตอรี่แรงดันไฟฟ้าสูงติดตั้งอยู่อย่างแน่นหนาภายใต้พื้นที่เก็บสัมภาระ ซึ่งมีความจุมากถึง 1,720 ลิตรและรองรับสัมภาระชิ้นใหญ่ได้สบาย เรียกได้ว่าเป็นแนวคิดที่ก้าวล้ำและเหนือชั้นกว่าใคร

สมรรถนะการขับขี่รูปแบบต่างๆ

บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e ใช้ระบบ Plug-In Hybrid และมีโหมดการขับขี่หลากรูปแบบ ช่วยให้คนขับสามารถควบคุมอัตรา การสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงตามสภาพจริงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโหมดการขับขี่ที่เลือกและพฤติกรรมการขับขี่ของคนขับ

เมื่อชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มแล้ว คุณจะสามารถขับขี่ได้ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตรโดยไม่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแม้แต่หยดเดียว ในโหมด AUTO eDrive การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างเทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์สันดาปช่วยตอกย้ำประสิทธิภาพเหนือชั้นในการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงยามขับขี่ในเมืองบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e จะใช้ประโยชน์จากระบบ Plug-In Hybrid ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สามารถขับขี่ในระยะทางใกล้ๆ ได้โดยใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว และการขับขี่ในโหมดไฮบริดนี้ยังมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงรวมทุกสภาวะเพียง 31.3 กม./ลิตร และระดับการปล่อย CO2 รวมทุกสภาวะ 76 ก./กม. จึงนับว่าบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e เป็นรถประสิทธิภาพสูงสมชื่อ "รถยนต์ประเภทเครื่องยนต์ขนาด 3 ลิตรขนานแท้" สำหรับการขับขี่ในเมือง

  • การขับขี่ในเมือง

    นอกจากนี้บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e ยังเป็นรถในฝันของผู้ที่ต้องเดินทางสัญจรไปมาเป็นประจำ ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยเพียง 6.0 ถึง 6.5 ลิตรสำหรับระยะทาง 50 ถึง 60 กิโลเมตร นับเป็นอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต่ำกว่ารถคันอื่นในระดับเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด เรียกได้ว่า คุณสามารถดื่มด่ำกับความหรูหราตามแบบฉบับรถบีเอ็มดับเบิลยูตระกูล X และยังได้ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยมอีกด้วย

    แม้ยามขับขี่ระยะไกล คุณก็สามารถเพลิดเพลินกับการขับขี่พร้อมกับประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ ระยะทางที่สามารถขับขี่ได้โดยรวมของบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e อยู่ที่ 830 กิโลเมตร นั่นหมายความว่ารถจะมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยเท่ากับ 11.0 ถึง 10.5 ลิตรเมื่อขับขี่เป็นระยะทางไกล

พลังแห่งการขับเคลื่อนที่สะอาดหมดจด

ไฮไลท์ สัมผัสประสบการณ์ใหม่ไปกับบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e

พลังแห่งการขับเคลื่อนที่สะอาดหมดจด

ไฮไลท์ สัมผัสประสบการณ์ใหม่ไปกับบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e

ระบบขับเคลื่อน

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ที่ให้กำลังสูง และมอเตอร์ไฟฟ้า eDrive ประสิทธิภาพเยี่ยมคือขุมพลังของบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ BMW xDrive อันชาญฉลาดคือเครื่องยืนยันประสิทธิภาพในการป้องกันการลื่นไถลได้เป็นอย่างดีผลลัพธ์จากการผสมผสานของเทคโนโลยี EfficientDynamics เหล่านี้คือยานยนต์แห่งอนาคตที่เพียบพร้อมด้วยประสิทธิภาพ การประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีเลิศ สมรรถนะการขับขี่เร้าใจเต็มพิกัด และเสถียรภาพไร้ที่ติไม่ว่าจะขับขี่ในสภาวะใดก็ตาม

ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ

ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของแนวคิด BMW eDrive ระบบจะประสานการทำงานของชิ้นส่วนในระบบขับเคลื่อนทั้งหมด ก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดพร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะจะเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานของระบบไฮบริดโดยประเมินและเลือกรูปแบบการขับขี่ที่เหมาะสม เช่น ใช้ข้อมูลจากระบบนำทางคาดการณ์เส้นทางในแต่ละช่วงล่วงหน้าและรูปแบบการขับขี่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าหรือการชาร์จแบตเตอรี่แรงดันไฟฟ้าสูง

ในสภาวะที่เครื่องยนต์สันดาปทำให้เกิดการสิ้นเปลืองพลังงาน ระบบจะเปลี่ยนไปใช้ระดับกำลังที่สูงขึ้นซึ่งให้ประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานดีกว่าเดิม นั่นหมายความว่าเครื่องยนต์สันดาปจะสร้างพลังงานเสริม พลังงานนี้จะใช้ในการสร้างกระแสไฟฟ้าสำรองไว้ในแบตเตอรี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า/เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และสามารถนำพลังงานไฟฟ้าไปใช้ในการขับขี่หรือใช้เสริมกำลังเครื่องยนต์สันดาปได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า/เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ช่วยให้พลังงานจลน์แปรสภาพเป็นพลังงานไฟฟ้าขณะรถแล่นและเมื่อเบรก เมื่อใช้ร่วมกับโหมดการขับขี่แบบ ECO PRO ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะจะปรับระบบต่างๆ ทั้งหมดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เสริมและฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวก

ปุ่ม eDrive ช่วยให้คนขับสามารถเลือกโหมดการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าได้สามโหมด ได้แก่ โหมดมาตรฐาน AUTO eDRIVE โหมดระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าโดยสมบูรณ์ MAX eDRIVE และโหมด SAVE BATTERY

  • โหมดมาตรฐาน AUTO eDRIVE

    ปุ่ม eDrive ช่วยให้คนขับสามารถเลือกโหมดการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าได้สามโหมด ได้แก่ โหมดมาตรฐาน AUTO eDRIVE โหมดระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าโดยสมบูรณ์ MAX eDRIVE และโหมด SAVE BATTERY

  • โหมด MAX eDRIVE

    เร้าใจเต็มที่กับการขับขี่ด้วยพลังไฟฟ้า ในโหมด MAX eDRIVE คุณจะสามารถเพลิดเพลินไปกับการขับขี่โดยใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวด้วยความเร็วสูงสุดถึง 120 กม./ชม. เมื่อขับขี่ที่ความเร็วสูงหรือเมื่อเร่งความเร็วจนเต็มขีดจำกัด เครื่องยนต์สันดาปจะทำงานโดยอัตโนมัติ

  • โหมด SAVE BATTERY

    เมื่อสถานะการชาร์จไฟแบตเตอรี่ต่ำ โหมด SAVE BATTERY จะช่วยชาร์จไฟด้วยเครื่องยนต์สันดาปหรือรักษาสถานะการชาร์จไฟไว้ คนขับจึงสามารถประหยัดแบตเตอรี่เพื่อใช้ในการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ในภายหลัง

  • ระบบจัดการพลังงาน

    เมื่อป้อนข้อมูลที่หมายในระบบนำทางเรียบร้อยแล้ว ระบบจัดการพลังงานจะประเมินและวิเคราะห์เส้นทางที่กำหนดไว้ ทำให้สามารถใช้โหมดการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสถานการณ์ และเหนือสิ่งอื่นใด เหมาะสมกับสภาพถนนที่สุด (เช่น การขับขี่ในเมือง)

การชาร์จไฟ

ไม่ว่าจะใช้ปลั๊กไฟบ้านมาตรฐานหรือ BMW i Wallbox คุณก็สามารถชาร์จแบตเตอรี่แรงดันไฟฟ้าสูงได้อย่างง่ายดาย

การให้บริการที่ครบครับสำหรับ e-mobility

  • การชาร์จไฟที่บ้าน

    สามารถชาร์จไฟให้กับรถได้อย่างสะดวกสบายที่บ้านโดยใช้เต้าเสียบมาตรฐานขนาด 230 โวลท์ ชาร์จพลังงาน "เต็มถัง" ได้ภายในเวลาไม่ถึงสี่ชั่วโมง ช่องชาร์จของรถอยู่ด้านหลังของฝาปิดที่ด้านหน้าซ้ายของรถ สิ่งเดียวที่จำเป็นต้องใช้เมื่อชาร์จไฟคือสายไฟที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ สามารถเก็บไว้ได้อย่างปลอดภัยใต้พื้นที่เก็บสัมภาระและประหยัดเนื้อที่ได้เป็นอย่างดี ซีลพิเศษจะปกป้องช่องชาร์จและปลั๊กจากวัตถุแปลกปลอม ไฟวงแหวนแบบ LED บนช่องชาร์จช่วยให้มองเห็นสถานะการชาร์จไฟได้อย่างชัดเจน

    นอกจากใช้เต้าเสียบทั่วไปแล้ว ยังสามารถใช้ BMW i Wallbox เป็นแหล่งชาร์จพลังงานได้ด้วย ช่วยให้ชาร์จพลังงานได้มากกว่าเดิม จึงลดเวลาที่ใช้ในการชาร์จได้มาก ด้วยปัจจัยหลากหลาย เช่น กำลังไฟฟ้าของแหล่งจ่ายไฟ อุปกรณ์จะใช้พลังงานไฟฟ้าของรถอย่างต่อเนื่องขณะชาร์จไฟและใช้ Wallbox ทั้งนี้จะใช้เวลาไม่ถึงสามชั่วโมงในการชาร์จแบตเตอรี่แรงดันไฟฟ้าสูงที่หมดประจุจนเต็ม ขณะชาร์จแบตเตอรี่จากภายนอก ห้องโดยสารสามารถตั้งอุณหภูมิให้สูงขึ้นหรือเย็นลง โดยจะไม่ส่งผลต่อสถานะการชาร์จแบตเตอรี่แรงดันไฟฟ้าสูง

  • การชาร์จไฟสาธารณะ

    Public Charging เติมพลังงาน ได้ทุกที่ ทุกเวลา

    ด้วยจุดบริการ e-Charging stations มีหลากหลายเหตุผลที่ให้คุณออกเดินทางไปพร้อมกับบีเอ็มดับเบิลยู แต่ยังมีโอกาสหลากหลายกว่าที่คุณจะสามารถชาร์จรถของคุณได้ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางสั้นๆ ไปยังร้านค้า หรือการเดินทางไปยังที่ทำงานด้วยการพัฒนาอันไม่หยุดยั้งที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดอย่างที่ไม่มีที่ไหนเทียบ

    คุณจึงสามารถชาร์จรถบีเอ็มดับเบิลยูของคุณได้เมื่อคุณอยู่ข้างนอกและด้วยจุดบริการ e-Charging stations จึงให้ทั้งความรวดเร็วและสะดวกสบายแก่คุณ

    ณ ปัจจุบัน เรามีสถานีชาร์จไฟทั้งสิ้น 3 จุดไว้รองรับคุณ

    1. Central World ชั้น B1 แถว E27

    2. All Seasons Place, อาคาร CRC ชั้น B1 แถว C4

    3. โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ลกรุงเทพ

    และอีกหลากหลายแห่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

CONNECTIVITY.

Always connected up to your BMW: Via smartphone (iOS or Android), not only Remote Services such as remote locking are available, but also hybrid-specific functions. This ensures that you always have an overview of the consumption and efficiency values of your BMW X5 xDrive40e. BMW Services for every situation, which can be used inside the vehicle – and outside.

  • My BMW Remote for plug-in hybrids

    The My BMW Remote App for plug-in hybrids for iOS and Android displays detailed information about the vehicle's current status, such as its location, battery level and remaining range.
    The charging procedure can be controlled remotely via the week-to-view timer, and the vehicle's temperature remotely adjusted in good time ready for the next journey. Destinations, points of interest and the location of charging stations can be easily sent from the application directly to the vehicle.
    The My BMW Remote App for plug-in hybrids also measures the efficiency of every trip and can provide suggestions on how to drive the vehicle more efficiently and extend its range. The efficiency value of each journey can also be anonymously shared with drivers and compared.

  • Pre-conditioning

    Get into a comfortably cool car in summer and a warm car with clear windows in winter – park air conditioning and auxiliary heating in the BMW X5 plug-in hybrid makes that possible. Thanks to an electrical refrigerant compressor and a tankless electrical heater, the automatic air conditioning functions almost silently, even when the engine is off. Two different departure times can be scheduled in advance.
    Half an hour before the planned departure, heating, cooling and ventilation to the selected temperature is implemented by an intelligent control system. The system is operated by the iDrive Controller inside the car, or conveniently with a smartphone using the My BMW Remote App for plug-in hybrids.
    Provided that the high-voltage battery has a sufficient charge, the stationary heating and cooling functions regardless of whether the vehicle is being externally charged or not.

ความสะดวกสบาย

แน่นอนว่ายนตรกรรมล้ำยุคอย่างบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e ย่อมให้ความสะดวกสบายไร้ที่ติ ชุดอุปกรณ์ช่วงล่างแบบ Adaptive

เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ช่วยให้มั่นใจว่าสามารถขับขี่ได้เต็มสมรรถนะ ตลอดจนรักษาเสถียรภาพและสุนทรียภาพในการขับขี่ตลอดเวลา แม้ยามขับขี่ระยะทางไกลและเมื่อรถบรรทุกน้ำหนักมาก โช้คอัพปรับได้หลายระดับและระบบรองรับที่ควบคุมโดยอัตโนมัติที่เพลาหลังช่วยรักษาเสถียรภาพให้มั่นคงไม่ว่าจะบรรทุกน้ำหนักมากเพียงใดก็ตาม

  • *ภาพเพื่อการโฆษณา อุปกรณ์ตกแต่งบางชิ้นอาจเปลี่ยนแปลงจากภาพ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการ