ความสุนทรียภาพในการขับขี่ด้วยระบบยนตกรรมไฟฟ้า eDRIVE

บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 พร้อมเทคโนโลยี eDrive

ความสุนทรียภาพในการขับขี่ด้วยระบบยนตกรรมไฟฟ้า eDRIVE

บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 พร้อมเทคโนโลยี eDrive

ช่วงกำลังและสมรรถนะของเครื่องยนต์ BMW TwinPower Turbo ที่มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง: บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี eDrive ของ BMW EfficientDynamics (740Le xDrive) คือการนำที่สุดของคุณสมบัติจากทั้งสองฝั่งเข้ามาไว้ด้วยกัน ผลคือช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงพร้อมลดการปล่อยมลพิษลงได้อย่างยอดเยี่ยม และสมรรถนะในการขับขี่ที่ยิ่งทำให้บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 มีทั้งความสะดวกสบายและส่งเสริมคุณภาพชีวิตได้ดีมากยิ่งขึ้น

ความสุนทรียภาพในการขับขี่ด้วยระบบยนตกรรมไฟฟ้า eDRIVEบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 พร้อมเทคโนโลยี eDrive

ช่วงกำลังและสมรรถนะของเครื่องยนต์ BMW TwinPower Turbo ที่มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง: บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี eDrive ของ BMW EfficientDynamics (740Le xDrive) คือการนำที่สุดของคุณสมบัติจากทั้งสองฝั่งเข้ามาไว้ด้วยกัน ผลคือช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงพร้อมลดการปล่อยมลพิษลงได้อย่างยอดเยี่ยม และสมรรถนะในการขับขี่ที่ยิ่งทำให้บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 มีทั้งความสะดวกสบายและส่งเสริมคุณภาพชีวิตได้ดีมากยิ่งขึ้น

แนวคิดแห่งยนตกรรม

บีเอ็มดับเบิลยูซีดานระดับหรูที่มีอัตราประหยัดเชื้อเพลิงเต็มประสิทธิภาพและมีความแรงเต็มสมรรถนะในทุกโหมดการขับขี่ ต้องขอบคุณความสะดวกสบายและพลังแห่งการขับเคลื่อนที่เป็นสิ่งยืนยันได้ว่าบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 พร้อมเทคโนโลยี eDrive มีครบทุกความสมบูรณ์พร้อมตามความคาดหวัง ตราโลโก้ “eDrive” ที่เสา C (C-pillar) แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีการขับขี่ที่มีนวัตกรรมทางยนตกรรมอันล้ำสมัย

สิ่งที่เป็นความโดดเด่นไม่เหมือนใครของรุ่นนี้คือการทำงานในโหมดระบบไฟฟ้าอย่างแท้จริง รถสามารถขับเคลื่อนไปได้โดยปราศจากการปล่อยมลพิษและการใช้เชื้อเพลิงเป็นระยะทางถึง 37 กิโลเมตร แม้อยู่ในโหมดการทำงานร่วมกัน อัตราการปล่อย CO2 ของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 ที่มีระบบ eDrive จะอยู่แค่เพียง 49 ก./กม. แบตเตอรี่แรงดันไฟฟ้าสูงจะถูกจัดเก็บอยู่ใต้เบาะหลัง เพื่อให้มีพื้นที่เก็บสัมภาระได้มากถึง 420 ลิตรซึ่งเหลือเพียงพอสำหรับสัมภาระขนาดใหญ่ แนวคิดทางยนตกรรมแห่งอนาคตนั่นคือความเป็นหนึ่งในทุกด้าน

ลักษณะในการขับขี่เฉพาะตัวบุคคล

ด้วยระบบ Plug-In Hybrid จึงทำให้บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 พร้อมเทคโนโลยี eDrive นี้มีโหมดการขับเคลื่อนที่หลากหลายให้เลือกซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถประหยัดเชื้อเพลิงในการขับขี่ได้อย่างแท้จริง ผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับการเลือกโหมดในการขับขี่ของคุณเป็นอันดับแรก และรองลงมาคือลักษณะในการขับขี่ส่วนบุคคล เมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็ม รถสามารถวิ่งได้ในระยะทางสูงถึง 37 กิโลเมตรโดยใช้เพียงระบบไฟฟ้าอย่างเดียว ก่อนที่เครื่องยนต์เบนซิน BMW TwinPower Turbo จะทำงานซึ่งจะมอบสมรรถนะสูงสุดและประสิทธิภาพที่เป็นเลิศในการขับขี่ให้เช่นเดียวกัน

ระบบขับเคลื่อน

ระบบขับเคลื่อน

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ BMW TwinPower Turbo อันทรงพลัง และมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงของระบบ eDrive พร้อมมอบขุมพลังในการขับขี่ให้กับบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 ที่มาพร้อมเทคโนโลยี eDrive กำลังของระบบคือ 240 กิโลวัตต์ (326 แรงม้า) พร้อมด้วยอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของระบบที่ทำงานร่วมกันอยู่ที่ 45.5 กม./ลิตร* ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะแบบตลอดเวลา (All Wheel Drive) ของ BMW xDrive พร้อมมอบแรงขับเคลื่อนที่ลงตัว การผสมผสานเทคโนโลยีของ BMW EfficientDynamics เหล่านี้ เข้าด้วยกันทำให้เรามียานยนต์ที่มีนวัตกรรมอันล้ำหน้าที่มาพร้อมอัตราประหยัดเชื้อเพลิงเต็มประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันยังพร้อมให้ความแรงเต็มสมรรถนะในการขับขี่และการทรงตัวที่ดีเยี่ยมในทุกสภาพถนน
* อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและระดับการปล่อย CO2 จะขึ้นอยู่กับขนาดยางที่เลือก ลักษณะในการขับขี่ และสภาพถนน เป็นต้น

  • เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ BMW TwinPower Turbo

    ด้วยนวัตกรรมของเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ BMW TwinPower Turbo ทำให้มั่นใจได้ว่าคุณจะสนุกไปกับประสบการณ์การขับขี่สูงสุด ที่เกิดจากการส่งผ่านกำลังอันยอดเยี่ยมพร้อมกับการตอบสนองอย่างฉับไวที่ความเร็วรอบเครื่องยนต์ต่ำและในขณะเดียวกันยังใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพและปล่อยมลภาวะไอเสียในระดับที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม


    เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเป็นตัวอย่างที่เด่นชัดของคำว่าผลผลิตของเครื่องยนต์อันล้ำสมัย บีเอ็มดับเบิลยูใช้เทคโนโลยี TwinPower Turbo ที่มาพร้อมกับการควบคุมระบบวาล์วแบบแปรผัน Valvetronic รวมถึงการควบคุมเพลาลูกเบี้ยวแปรผันด้วยระบบ Double-VANOS และระบบฉีดเชื้อเพลิง High-Precision Injection ในการเพิ่มสมรรถนะและประสิทธิภาพให้กับการขับขี่อย่างเต็มที่ เทคโนโลยีนี้จะช่วยทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกสภาวะโดยที่ยังช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงลง เครื่องยนต์นี้เป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยี EfficientDynamics และให้กำลังขนาด 190 กิโลวัตต์ (258 แรงม้า) และแรงบิดที่ 400 นิวตันเมตร

  • มอเตอร์ไฟฟ้า

    มอเตอร์ไฟฟ้าแบบระบายความร้อนด้วยน้ำใน Plug-in Hybrid ทำงานร่วมกับระบบเกียร์ของรถ ให้กำลังขับเคลื่อนขนาด 83 กิโลวัตต์ (113 แรงม้า) และส่งแรงบิดสูงสุดที่ 250 นิวตันเมตร วิ่งได้ในระยะทางสูงถึง 37 กม. โดยประมาณในโหมดการใช้ไฟฟ้าแบบ 100% และมีความเร็วสูงสุดได้ถึง 120 กม./ชม.

     

    เมื่อใดก็ตามที่ผู้ขับขี่ปล่อยคันเร่ง มอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานเปรียบเสมือนเป็นเจนเนอเรเตอร์ถ่ายทอดกำลังสู่ล้อรถ และแปลงพลังงานจลน์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าตามกระบวนการที่เรียกกันว่า Recuperation ได้รับอัตรา Recuperation สูงยิ่งขึ้นเมื่อเหยียบเบรก ขึ้นอยู่กับแรงดันเบรก รถจะช้าลงโดยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ซึ่งในเวลาเดียวกันจะแปลงพลังงานจลน์ที่มีอยู่ส่งให้ไปเป็นพลังงานไฟฟ้า พลังงานที่ถูกดึงมาใช้โดยอิสระนี้จะถูกนำมาใช้เพื่อขับเคลื่อนรถผ่านทางมอเตอร์ไฟฟ้าหรือส่งกำลังให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า การทำเช่นนี้จะช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงลงและพัฒนาประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนได้อย่างดีเยี่ยม

    * อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและระดับการปล่อย CO2 จะขึ้นอยู่กับขนาดยางที่เลือก ลักษณะในการขับขี่ และสภาพถนน เป็นต้น

     

  • แบตเตอรี่แรงดันไฟฟ้าสูง

    แบตเตอรี่แรงดันไฟฟ้าสูงสำหรับ BMW 740Le จะถูกจัดเก็บไว้ใต้เบาะหลัง เพื่อความปลอดภัยและช่วยประหยัดพื้นที่ ส่งผลให้ห้องเก็บสัมภาระจะเล็กกว่ารุ่นมาตรฐานเล็กน้อย (420 ลิตร)


    สามารถชาร์จแบตเตอรี่โดยใช้สายชาร์จที่ให้มาได้ทั้งกับปลั๊กไฟบ้านมาตรฐานขนาด 230 โวลท์หรือใช้กับสถานีชาร์จไฟสาธารณะ ในระหว่างการเดินทาง บางครั้งมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานเสมือนเป็นเจนเนอเรเตอร์ ทำหน้าที่แปลงพลังงานจลน์ไปเป็นไฟฟ้า (Recuperation) ซึ่งจะเก็บไว้ในแบตเตอรี่


    ด้วยเทคโนโลยีของลิเธียมไอออน จึงทำให้แบตเตอรี่แรงดันไฟฟ้าสูงแบบระบายความร้อนด้วยน้ำมีความหนาแน่นของพลังงานสูงและมีขนาดกะทัดรัด มีความจุ 9.2 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ซึ่งสามารถส่งกำลังได้สูงถึง 70 กิโลวัตต์ (95 แรงม้า) ไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็ว เมื่อชาร์จไฟเต็มแล้ว รถจะขับเคลื่อนได้โดยใช้ระบบไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวเป็นระยะทางสูงถึง 37 กม.สำหรับ BMW 740Le และใช้ความเร็วสูงสุดในระบบไฟฟ้าได้สูงถึง 120 กม./ชม.

    * อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและระดับการปล่อย CO2 จะขึ้นอยู่กับขนาดยางที่เลือก ลักษณะในการขับขี่ และสภาพถนน เป็นต้น

ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ

ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีหลักที่เป็นแนวคิดของ BMW eDrive ระบบนี้จะประสานการทำงานร่วมกันขององค์ประกอบในการขับเคลื่อนทั้งหมดเพื่อรวมประสิทธิภาพที่ดีที่สุดเข้ากับพลังแห่งการขับเคลื่อนอย่างสมบูรณ์แบบ ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกำลังการขับเคลื่อนแบบไฮบริดได้โดยจะช่วยเลือกการขับขี่ที่เหมาะสมตามการคาดการณ์ ตัวอย่างเช่น ระบบจะใช้ข้อมูลระบบนำทางที่มีเพื่อกำหนดเส้นทางรวมถึงสถานการณ์ขับขี่ที่เหมาะสมที่สุดไว้ล่วงหน้าสำหรับการใช้งานมอเตอร์ไฟฟ้าหรือสำหรับการชาร์จแบตเตอรี่แรงดันไฟฟ้าสูง

 

ในสถานการณ์ที่เครื่องยนต์สันดาปมีประสิทธิภาพกำลังขับขี่ต่ำ ระบบจะปรับเปลี่ยนเป็นช่วงกำลังที่สูงขึ้นพร้อมด้วยประสิทธิภาพกำลังขับขี่ที่ดีขึ้น นั่นหมายถึงว่าเครื่องยนต์สันดาปจะผลิตกำลังเพิ่ม กำลังนี้จะถูกใช้เพื่อสร้างไฟฟ้าให้กับแบตเตอรี่ผ่านทางมอเตอร์ไฟฟ้า/เจนเนอเรเตอร์ซึ่งจะสามารถนำไปใช้สำหรับการขับขี่แบบไฟฟ้าหรือรองรับเครื่องยนต์สันดาปได้อย่างมีประสิทธิภาพในภายหลังได้ นอกจากนั้นยังจะช่วยควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า/เจนเนอเรเตอร์ เพื่อให้มีการแปลงพลังงานจลน์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้าในระหว่างการโคสติ้ง และเมื่อเหยียบเบรก ในการทำงานร่วมกับโหมด ECO PRO ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะจะปรับทุกระบบของรถ รวมถึงอุปกรณ์เสริมและฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกทั้งหมดให้อยู่ในโหมดที่ประหยัดเชื้อเพลิงและมีการทำงานด้วยประสิทธิภาพสูงสุด

 

ผู้ขับขี่สามารถใช้ปุ่ม eDrive ในการเลือกโหมดการขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าที่แตกต่างกันไปสามโหมดได้ เมื่อสตาร์ทรถ โหมด AUTO eDrive (ไฮบริด) จะทำงานตามค่าที่กำหนดไว้เริ่มต้น โหมด MAX eDrive จะเป็นการขับขี่โดยใช้ระบบไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวโดยใช้ความเร็วได้สูงถึง 120 กม./ชม. ในโหมดควบคุมแบตเตอรี่ พลังงานไฟฟ้าจะถูกเก็บไว้เพื่อนำมาใช้ในภายหลัง

  • โหมด AUTO eDrive

    เมื่อสตาร์ทรถ โหมด AUTO eDrive จะทำงานเป็นค่าเริ่มต้น ตัวอย่างเช่น โหมดไฮบริด ผู้ขับขี่สามารถใช้ประโยชน์จากการขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักบรรทุกในห้องเก็บสัมภาระ และระดับการชาร์จไฟของแบตเตอรี่ไฟฟ้า รถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวจะขับขี่ด้วยความเร็วได้สูงถึง120 กม./ชม. หน้าจอแสดงค่าพลังงานไฟฟ้า ในแผงหน้าปัดจะแจ้งให้ผู้ขับขี่ทราบถึงกำลังไฟฟ้าที่รถกำลังใช้อยู่และจุดที่มีความต้องการกำลังไฟฟ้าเพิ่มเติมซึ่งจะเป็นสาเหตุทำให้เครื่องยนต์สันดาปทำงานโดยอัตโนมัติ

  • โหมด MAX eDrive

    ในโหมด MAX eDrive – โหมดระบบไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว – การขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด ผู้ขับขี่สามารถเหยียบคันเร่งได้จนสุดโดยที่ไม่มีการทำงานของเครื่องยนต์สันดาป และรถสามารถเร่งความเร็วได้สูงสุดที่ 120 กม./ชม. เมื่อจำเป็นต้องใช้แรงขับเคลื่อนสูง จะสามารถใช้งานเครื่องยนต์สันดาปได้ทุกเวลาผ่านทางคันเกียร์หรือโดยเหยียบย้ำแป้นคันเร่ง

  • โหมดควบคุมแบตเตอรี่

    ในโหมดควบคุมแบตเตอรี่ รถจะได้รับกำลังจากเครื่องยนต์สันดาปเท่านั้นขณะมีการชาร์จไฟจนถึงระดับที่ผู้ขับขี่เลือก พลังงานไฟฟ้าที่เก็บไว้จะถูกเก็บสำรองไว้สำหรับการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าในภายหลัง

  • การเลือกตามการคาดการณ์

    เมื่อกำหนดปลายทางลงไปในระบบนำทางแล้ว ระบบจัดการพลังงานตามการคาดการณ์จะวิเคราะห์เส้นทางตามแผนโดยใช้ข้อมูลที่คงที่เช่น ขีดจำกัดความเร็ว และข้อมูลแบบเรียลไทม์ของสภาพการจราจรในปัจจุบัน จากนั้นระบบจะใช้โหมดการขับขี่แบบใช้ระบบไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวอย่างเต็มประสิทธิภาพและเหมาะตามสถานการณ์รวมถึงตามเส้นทางที่กำหนดมาให้เหมาะสมที่สุด: ตัวอย่างเช่น ในสภาพการจราจรในเขตเมือง

การชาร์จไฟ

ไม่ว่าจะใช้ปลั๊กไฟบ้านมาตรฐาน หรือ BMW i Wallbox ก็ตาม การชาร์จแบตเตอรี่แรงดันไฟฟ้าสูงเป็นเรื่องที่สามารถทำได้อย่างง่ายดาย

  • การชาร์จไฟที่บ้าน

    สามารถชาร์จไฟรถได้ที่บ้านอย่างสะดวกสบายโดยใช้ปลั๊กไฟบ้านมาตรฐานขนาด 230 โวลท์ และพลังงานจะ 'เต็มถัง' โดยใช้เวลาเพียงแค่สี่ชั่วโมงโดยประมาณ พอร์ตสำหรับชาร์จไฟในรถจะติดตั้งอยู่ที่ด้านหลังบานพับบนแผงข้างรถด้านหน้าซ้าย สิ่งที่ต้องใช้สำหรับการชาร์จไฟคือสายชาร์จที่ให้มา ซึ่งสามารถจัดเก็บไว้อย่างปลอดภัยและมิดชิดได้ที่ส่วนด้านหลังซ้ายของห้องเก็บสัมภาระ ซีลพิเศษจะป้องกันพอร์ตสำหรับชาร์จไฟและปลั๊กจากขั้วไฟฟ้าอื่น ๆ

    สามารถใช้สถานีบริการชาร์จไฟที่ติดตั้งบนกำแพงแบบพิเศษหรือ Wallbox แทนเต้าเสียบปลั๊กไฟแบบทั่วไปได้ อุปกรณ์นี้จะช่วยเพิ่มกำลังในการชาร์จไฟ และทำให้กระบวนการชาร์จไฟรวดเร็วยิ่งขึ้น สามารถดูสถานะการชาร์จไฟของแบตเตอรี่แรงดันไฟฟ้าสูงได้จากวงแหวนแบบ LED หลากสี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ตัวอย่างเช่นกำลังแรงในการชาร์จไฟที่แหล่งจ่ายไฟ จำนวนอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าอยู่บนรถในระหว่างกระบวนการชาร์จไฟ และการใช้ Wallbox ซึ่งในการชาร์จแบตเตอรี่แรงดันไฟฟ้าสูงที่หมดประจุไปแล้วจะใช้เวลา 2.75 ชั่วโมงโดยประมาณเพื่อจะชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม

    นอกจากนั้น ยังสามารถทำให้บริเวณในห้องโดยสารอบอุ่นหรือเย็นไว้ก่อนได้ในระหว่างการชาร์จไฟภายนอก เมื่อสัดส่วนในการขับขี่ส่วนใหญ่เป็นการใช้กำลังจากพลังงานไฟฟ้า นั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางจะลดลงไปได้เป็นจำนวนมาก

  • การชาร์จไฟสาธารณะ

    สามารถชาร์จไฟรถได้จากเต้าเสียบปลั๊กไฟบ้านโดยใช้สายชาร์จที่มีมาให้และยังสามารถชาร์จไฟจากสถานีบริการชาร์จไฟสาธารณะได้ด้วยเช่นกัน ด้วยวิธีนี้ หลังจากการไปช้อปปิ้ง ผู้ขับขี่สามารถเดินทางต่อไปที่อื่นได้โดยมีสถานะไฟ 'เต็มถัง' และยังเป็นการขับขี่ที่ปราศจากการปล่อยมลพิษอีกด้วย พอร์ตสำหรับชาร์จไฟในรถจะติดตั้งอยู่ที่ด้านหลังบานพับบนแผงข้างรถด้านหน้าซ้าย ระยะเวลาในการชาร์จไฟจะแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่าง ๆ ตัวอย่างเช่นกำลังแรงของกระแสไฟ และจำนวนอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าอยู่ในรถ

    วงแหวนปะเก็นพิเศษจะป้องกันพอร์ตสำหรับชาร์จไฟและปลั๊กจากขั้วไฟฟ้าอื่น ๆ ไฟวงแหวนแบบ LED บนพอร์ตสำหรับชาร์จไฟทำให้สามารถดูสถานะการชาร์จไฟได้อย่างชัดเจน

  • My BMW Remote App

    The My BMW Remote App for plug-in hybrids for iOS and Android displays detailed information about the vehicle's current status, such as its location, battery level and remaining range.
    The charging procedure can be controlled remotely via the week-to-view timer, and the vehicle's temperature remotely adjusted in good time ready for the next journey. Destinations, points of interest and the location of charging stations can be easily sent from the application directly to the vehicle.
    The My BMW Remote App for plug-in hybrids also measures the efficiency of every trip and can provide suggestions on how to drive the vehicle more efficiently and extend its range.

  • Pre-conditioning

    Get into a comfortably cool car in summer and a warm car in winter – stationary air conditioning in the BMW 740e/Le makes that possible. Thanks to an electrical refrigerant compressor and a tankless electrical heater, the automatic air conditioning functions almost silently, even when the engine is off. Three departure times can be programmed for every day of the week.
    Half an hour before the planned departure, heating, cooling and ventilation is implemented to the selected temperature by an intelligent control system. The system is operated by the iDrive Controller inside the car, or conveniently with a compatible smartphone using the BMW ConnectedDrive App.
    Provided that the high-voltage battery has a sufficient charge, the stationary air conditioning functions regardless of whether the vehicle is being externally charged or not.

อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและระดับการปล่อย CO2
อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและระดับการปล่อย CO2 สำหรับ BMW 740Li:
อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเป็นกม./ลิตร (เฉลี่ย): 14.3
ระดับการปล่อย CO2 เป็นก./กม. (เฉลี่ย): 166

ตัวเลขอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ระดับการปล่อย CO2 และการใช้พลังงานไฟฟ้าจะขึ้นอยู่กับขนาดของล้อและยางที่เลือก

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและระดับการปล่อย CO2 อย่างเป็นทางการของรถโดยสารรุ่นใหม่ได้จากคู่มือ 'New Passenger Vehicle Fuel Consumption and CO2 Emission Guidelines' โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้จากจุดจำหน่ายรถยนต์และ DAT Deutsche Automobil Treuhand GmbH, Hellmuth-Hirth-Str. 1, 73760 Ostfildern ประเทศเยอรมนี

  • *ภาพเพื่อการโฆษณา อุปกรณ์ตกแต่งบางชิ้นอาจเปลี่ยนแปลงจากภาพ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการ