สปอร์ตแมนตัวจริง ที่มีอะไรมากกว่าตาเห็น

ประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 ซีดาน

สปอร์ตแมนตัวจริง ที่มีอะไรมากกว่าตาเห็น

ประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 ซีดาน

บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 ซีดาน นำเสนอการเคลื่อนที่หลากหลายรูปแบบ ด้วยเครื่องยนต์เทคโนโลยี TwinPower Turbo ของบีเอ็มดับเบิลยู และเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ แบบSteptronic ให้คุณได้พบสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ที่แท้จริง รวมถึงเทคโนโลยีจาก BMW EfficientDynamics อื่นๆที่มอบสมรรถภาพที่น่าประทับใจและช่วยลดการเผาผลาญเชื้อเพลิงในขณะเดียวกัน

สปอร์ตแมนตัวจริง ที่มีอะไรมากกว่าตาเห็นประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 ซีดาน

บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 ซีดาน นำเสนอการเคลื่อนที่หลากหลายรูปแบบ ด้วยเครื่องยนต์เทคโนโลยี TwinPower Turbo ของบีเอ็มดับเบิลยู และเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ แบบSteptronic ให้คุณได้พบสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ที่แท้จริง รวมถึงเทคโนโลยีจาก BMW EfficientDynamics อื่นๆที่มอบสมรรถภาพที่น่าประทับใจและช่วยลดการเผาผลาญเชื้อเพลิงในขณะเดียวกัน

เทคโนโลยี BMW EFFICIENT DYNAMICS

เทคโนโลยี BMW EFFICIENT DYNAMICS

ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าด้วยสมรรถภาพของเครื่องยนต์ที่มากขึ้น เปี่ยมประสิทธิภาพขึ้น เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่มากกว่า ด้วยนวัตกรรมด้านเทคนิคที่ช่วยลดการเผาผลาญเชื้อเพลิง แต่เพิ่มความรื่นรมย์ในการขับขี่

ความภูมิฐานเหนือระดับ

สมรรถนะในการขับขี่ของ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3

ความภูมิฐานเหนือระดับ

สมรรถนะในการขับขี่ของ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3

เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ แบบ STEPTRONIC

เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ แบบ STEPTRONIC

เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ แบบ Steptronic จะปรับการขับขี่ให้เหมาะกับสไตล์ของแต่ละบุคคลอย่างสมบูรณ์แบบ ตั้งแต่การเคลื่อนที่ช้า ๆ สบาย ๆ ไปถึงการเคลื่อนที่เร็ว
นอกจากการเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติแล้ว คุณยังสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้เองตลอดเวลา โดยมีตัวบ่งชี้การเปลี่ยนเกียร์ ให้คุณสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้โดยใช้คันเกียร์สั้นหรือก้านเปลี่ยนเกียร์ขึ้นลงที่พวงมาลัยเป็นส่วนเสริมอีกด้วย

 

สำหรับ Sport mode มีการออกแบบเกียร์เพื่อให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การเปลี่ยนความเร็วของเครื่องยนต์ ช่วยให้เร่งความเร็วได้เต็มที่ โดยที่เครื่องยนต์จะคงความเร็วไว้ในระดับที่ยังขับขี่ได้อย่างเต็มพลัง
และด้วยการใช้งาน Launch Control จะควบคุมความเร็วตั้งต้นของเครื่องยนต์ให้คุณเร่งความเร็วได้อย่างสูงสุดตั้งแต่ออกตัว

 

ในระดับความเร็วสูง เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ แบบ Steptronic จะลดความเร็วเครื่องยนต์และลดการเผาผลาญเชื้อเพลิง ซึ่งมีคอนเวอร์เตอร์คลัทช์ในการทำงานด้วย เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Steptronic ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์เพื่อให้เปลี่ยนเกียร์ได้โดยไม่สะดุด และเกิดประสิทธิภาพและพลังงานสูงสุด

  • เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ Steptronic

    มาตรฐานใหม่ของความสะดวกสบายและการขับขี่ ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ Steptronic ที่เป็นทั้งองค์ประกอบสำคัญของเทคโนโลยี BMW Efficient Dynamics ที่จะมอบความคุ้มค่าในการใช้พลังงานอย่างสูงสุดในทุกระดับของความเร็ว อันมาจากการเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวลและอยู่ในรอบที่เหมาะสม

    ระบบคลัตช์แบบ Converter มีส่วนช่วยลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแม้ว่าขับขี่ในโหมดเกียร์ธรรมดา ด้วยการทำงานของเกียร์ที่ว่องไวและการเปลี่ยนเกียร์ที่แม่นยำ รับประกันการขับขี่ที่นุ่มนวลตลอดการเดินทาง

    ฟังก์ชันที่สามารถใช้งานร่วมกันได้ เช่น ระบบขับเคลื่อนและส่งกำลังที่คาดการณ์ได้ การติดตามการเคลื่อนที่ของยานยนต์และสภาพการจราจร ล้วนมีผลต่อการใช้เกียร์เป็นอย่างมาก

    ไม่ว่าคุณจะใช้โหมดการขับขี่แบบใด ระบบจะเลือกเกียร์ที่เหมาะสมกับรูปแบบการขับขี่แต่ละขณะเสมอ ด้วยแผงควบคุมชุดเกียร์ที่เชื่อมต่อกับระบบนำทาง ดังนั้น ระบบขับเคลื่อนจะเลือกรูปแบบที่เหมาะสมให้ตามสภาพเส้นทาง ระหว่าง โหมด SPORT ที่เน้นความคล่องตัว การตอบสนองอย่างฉับไว และ โหมด COMFORT ที่เน้นความสะดวกสบาย และการเปลี่ยนเกียร์น้อยครั้ง

บีเอ็มดับเบิลยู 320d ซีดาน Efficient Dynamics Edition

บีเอ็มดับเบิลยู 320d ซีดาน EfficientDynamics Edition มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.0 ลิตร BMW TwinPower Turbo ประสิทธิภาพสูง ช่วยคุณประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างน่าประทับใจ เครื่องยนต์สามารถรีดพลังได้ถึง 120 กิโลวัตต์ (163 แรงม้า) ที่ 4,000 รอบต่อนาที และให้แรงบิดสูงสุดถึง 400 นิวตันเมตรที่รอบเครื่องระหว่าง 1,750 ถึง 2,500 รอบต่อนาที ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู 320d ซีดาน EfficientDynamics Edition สามารถพุ่งทะยานจากจุดหยุดนิ่งไปแตะที่ความเร็ว 100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 7.9 ถึง 7.8 วินาทีเท่านั้น อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยของบีเอ็มดับเบิลยู 320d ซีดาน EfficientDynamics Edition ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.0 ลิตร BMW TwinPower Turbo ประสิทธิภาพสูง ช่วยให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมีความประหยัดอยู่ในระดับที่น่าประทับใจ เครื่องยนต์สามารถรีดพลังได้ถึง 120 กิโลวัตต์ (163 แรงม้า) ที่ 4,000 รอบต่อนาที และให้แรงบิดสูงสุดถึง 400 นิวตันเมตรที่รอบเครื่องระหว่าง 1,750 ถึง 2,500 รอบต่อนาที ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู 320d ซีดาน EfficientDynamics Edition สามารถพุ่งทะยานจากจุดหยุดนิ่งไปแตะที่ความเร็ว 100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 7.9 ถึง 7.8 วินาทีเท่านั้น อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 4.3 ถึง 3.8 ลิตรต่อ 100 กม. และค่าการปล่อยก๊าซ CO2 ต่ำเพียง 113 ถึง 99 ก./กม. เท่านั้น

แชสซี

บีเอ็มดับเบิลยูได้กำหนดมาตรฐานใหม่ด้านการขับเคลื่อนให้แก่รถทุกรุ่น ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีตัวหน่วงการสั่นสะเทือน แชสซี แบบใหม่ และระบบพวงมาลัยอัจฉริยะล้วนมอบความมั่นใจและสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ให้แก่คุณ นอกจากนี้ยังเพิ่มความแม่นยำให้แก่การขับขี่ ลดการหมุน ให้รถทรงตัวได้ดีขึ้น

 

บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 ซีดาน จะทำให้คุณประทับใจด้วยการเกาะถนนที่ดีเยี่ยม ด้วยเสถียรภาพในการขับที่สมบูรณ์แบบ ความว่องไว โดดเด่น และสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ในทุกสถานการณ์

โหมดการขับขี่รูปแบบต่างๆ พร้อมโหมดการขับขี่แบบประหยัด (ECO PRO)

โหมดการขับขี่รูปแบบต่างๆ พร้อมโหมดการขับขี่แบบประหยัด (ECO PRO) ให้คุณเลือกรูปแบบการขับขี่ในโหมดต่างๆ โหมด COMFORT mode หรือโหมดการขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในโหมด ECO PRO โหมด SPORT หรือ SPORT + mode ที่ให้คุณขับขี่อย่างเต็มขีดจำกัด โหมด ECO PRO ปรับลักษณะเฉพาะ เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบ Steptronic และการตั้งค่าระบบปรับอากาศ เพื่อให้ใช้เชื้อเพลิงในการขับขี่อย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้


ซึ่งจะลดการเผาผลาญเชื้อเพลิงได้มากถึง 20 เปอร์เซ็นต์ และประหยัดพลังงานได้มากขึ้นด้วยโหมด Coasting และ ECO PRO Route ที่จะแนะนำเส้นทางที่เหมาะสมกับสไตล์การขับขี่ของแต่ละคน
ในแต่ละสภาพแวดล้อม การขับขี่ในโหมด Coasting สามารถให้รถเคลื่อนที่ด้วยแรงเฉื่อยในช่วงความเร็วไม่เกิน 160 กม./ชม. โดยไม่ต้องใช้พลังงานเพิ่ม เมื่อคุณยกเท้าออกจากคันเร่งและไม่เหยียบเบรก

 

 

โหมด COMFORT ให้ความสุนทรียภาพแห่งประสบการณ์การขับขี่อย่างเหลือเชื่อ ด้วยการปรับการตั้งค่าชิ้นส่วนระบบกันสะเทือนอย่างเหมาะสม ส่วนโหมด SPORT และ SPORT+ การตั้งค่าการขับขี่และช่วงล่างจะถูกปรับให้ตอบสนองกับการขับขี่ที่ฉับไว เครื่องยนต์ที่ตอบสนองได้เร็ว โดยเกียร์อัตโนมัติจะเปลี่ยนไปใช้ความเร็วสูงขึ้น และสามารถตอบสนองได้อย่างฉับพลัน

ระบบบริหารการใช้พลังงานแบบอัจฉริยะ

ให้คุณขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างยาวนานและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยระบบบริหารการใช้พลังงานอัจฉริยะของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 โดยการใช้คุณสมบัติมาตรฐานของเทคโนโลยี เทคโนโลยี BMW Efficient Dynamics รวมถึงระบบตัดการทำงานเครื่องยนต์อัตโนมัติ ระบบจัดเก็บพลังงานจากการเบรก พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า และการเปลี่ยนเกียร์ในรอบที่เหมาะสม

  • ระบบจัดเก็บพลังงานจากการเบรก

    ระบบจัดเก็บพลังงานจากการเบรกจะช่วยให้คุณมั่นใจว่าเชื้อเพลิงจะถูกใช้ในเวลาที่รถยนต์เคลื่อนที่เท่านั้น เมื่อรถหยุดอยู่กับที่ชั่วคราว เช่น ตอนที่ติดไฟแดง หรือตอนที่การจราจรติดขัด ระบบจัดเก็บพลังงานจากการเบรกจะช่วยประหยัดพลังงานโดยการดับเครื่องยนต์ทันทีที่รถเบรกจนกระทั่งหยุดวิ่ง


    หน้าจอแสดงผลจะแสดงสถานภาพการทำงานของระบบ และทันทีที่เท้าคนขับปล่อยเบรก เครื่องยนต์จะกลับมาทำงานโดยอัตโนมัติ


    ระบบตัดการทำงานเครื่องยนต์อัตโนมัติจะคำนึงถึงความสะดวกสบายในการขับขี่และความปลอดภัยตลอดเวลา โดยระบบจะไม่ทำงานในบางกรณี อาทิ เครื่องยนต์ยังไม่อยู่ในระดับอุณหภูมิที่เหมาะสม อุณหภูมิในห้องโดยสารยังไม่ได้ระดับที่ตั้งไว้ ระดับไฟในแบตเตอรี่ต่ำเกินไป หรือรถหยุดเคลื่อนที่หลังจากการหมุนพวงมาลัย ทั้งนี้ ชุดควบคุมระบบรถจะทำการติดเครื่องยนต์ทันทีในขณะรถหยุดนิ่งเมื่อในบางสถานการณ์ อาทิ รถมีการเคลื่อนที่ไปทางทิศทางข้างหน้า หรือกระจกเริ่มมีฝ้า
    โดยระบบนี้สามารถระงับการใช้งานได้ในทุกช่วงเวลาด้วยวิธีง่ายๆ เพียงการกดปุ่ม

  • ระบบจัดเก็บพลังงานจากการเบรก นำมาซึ่งประสิทธิภาพอันสูงสุด

    ในสถานการณ์ทั่วไป เวลาเบรกทุกครั้ง พลังงานจลน์จะกำเนิดขึ้นและถูกปลดปล่อยไปอย่างน่าเสียดาย ระบบจัดเก็บพลังงานจากการเบรกได้ปรับความคิดของการสูญเสียพลังงานเหล่านี้ด้วยการนำมาสร้างกระแสไฟ กระแสไฟที่ได้จะนำไปชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งนั่นหมายถึงการลดภาระของแหล่งกำเนิดพลังงานไฟฟ้า ผลที่ได้คือการเผาผลาญพลังงานที่ลดลง และประสิทธิภาพการขับขี่ที่ดีขึ้นภายใต้แนวคิดของเทคโนโลยี BMW EfficientDynamics

  • พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า

    พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าจะช่วยทดแรงหมุนของพวงมาลัยให้เหมาะสมให้เข้ากับทุกช่วงความเร็ว ส่งผลให้การบังคับเลี้ยวมีความแม่นยำในการขับขี่ที่ความเร็วสูง โดยพวงมาลัยจะทำงานเมื่อมีการหมุนเพียงเท่านั้น ซึ่งนั่นช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและลดการปล่อยมลภาวะทางอากาศ

    แทนการใช้ปั๊มไฮดรอลิก การบังคับเลี้ยวจะทำงานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ในระบบเก่า ปั๊มไฮดรอลิกจะทำงานตลอดเวลาด้วยเครื่องยนต์ แต่ในระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า มอเตอร์จะทำงานเมื่อเกิดการหมุนพวงมาลัยเท่านั้น ดังนั้น ในการขับขี่ในทางตรงหรือการหมุนพวงมาลัยในตำแหน่งคงที่ (อาทิ ทางโค้งที่เป็นมุมกว้าง) มอเตอร์ไฟฟ้าจะไม่ทำงานและไม่ใช้พลังงานใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ การปรับพวงมาลัยให้เหมาะสมกับทุกรูปแบบของการขับขี่และทุกระดับของความเร็วยังช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการบังคับเลี้ยว

  • *ภาพเพื่อการโฆษณา อุปกรณ์ตกแต่งบางชิ้นอาจเปลี่ยนแปลงจากภาพ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการ